ต่อจากนั้น เทวดาชั้นอกนิษฐาได้ยินเสียงก็เปล่งเสียงดัง เทวดามนุษย์และนาคเป็นต้นทั้งหมด ในสถานที่ๆ โสตายตนะรับฟังได้ เว้นอสัญญีสัตว์และอรูปวจรสัตว์ มีใจตกอยู่ใต้อำนาจปีติ ก็พากันเปล่งเสียงดังก้องสูงลิบ.

บทว่า อานนฺทิตา ได้แก่ มีใจบันเทิงแล้ว. อธิบายว่า เกิดปีติโสมนัสเอง.

บทว่า วิปุลํ ได้แก่ หนาแน่น.

ครั้งนั้น พระศาสดาทรงเข้าสมาบัติที่มีโอทาตกสิณเป็นอารมณ์ในลำดับที่ทรงพระพุทธดำริแล้วนั่นเอง ทรงอธิษฐานว่าขอแสงสว่างจงมีทั้งหมื่นจักรวาล, พร้อมกับอธิษฐานจิตนั้น แสงสว่างก็ปรากฏ ตั้งแต่แผ่นดินไปจนจดอกนิษฐภพ.

เล่มที่ ๓๓ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒-พุทธวงศ์-จริยาปิฎก๙๓๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “รัตนะจงกรมกัณฑ์”