อตีเต อยํ พาราณสี โมฬินี นาม อโหสิ. โมฬินีนคเร พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต สงฺโข นาม พฺราหฺมโณ หุตฺวา อฑฺโฒ มหทฺธโน จตูสุ นครทฺวาเรสุ นครมชฺเฌ อตฺตโน นิเวสนทฺวาเรติ ฉสุ ฐาเนสุ ฉ ทานสาลาโย กาเรตฺวา เทวสิกํ ฉสตสหสฺสานิ วิสฺสชฺเชนฺโต กปณทฺธิกาทีนํ มหาทานํ ปวตฺเตสิ. โส เอกทิวสํ จินฺเตสิ "อหํ เคเห ธเน ขีเณ ทานํ ทาตุํ น สกฺขิสฺสามิ, อปริกฺขีเณเยว ธเน นาวาย สุวณฺณภูมึ คนฺตฺวา ธนํ อาหริสฺสามี"ติ. โส นาวํ ภณฺฑสฺส ปูราเปตฺวา ปุตฺตทารํ อามนฺเตตฺวา "ยาวาหํ อาคจฺฉิสฺสามิ, ตาว เม ทานํ อนุปจฺฉินฺทนฺตา ปวตฺเตยฺยาถา"ติ วตฺวา ทาสกมฺมกรปริวุโต อุปาหนํ อารุยฺห ฉตฺเตน ธาริยมาเนน ปฏฺฏนคามาภิมุโข ปายาสิ.

ตสฺมึ ขเณ คนฺธมาทเน เอโก ปจฺเจกพุทฺโธ สตฺตาหํ นิโรธสมาปตฺตึ สมาปชฺชิตฺวา นิโรธสมาปตฺติโต วุฏฺฐาย โลกํ โวโลเกนฺโต ตํ ธนาหรณตฺถํ คจฺฉนฺตํ ทิสฺวา "มหาปุริโส ธนํ อาหริตุํ คจฺฉติ, ภวิสฺสติ นุ โข อสฺส มหาสมุทฺเท อนฺตราโย, โน"ติ อาวชฺเชนฺโต ๑- "ภวิสฺสตี"ติ ญตฺวา "เอส มํ ทิสฺวา ฉตฺตญฺจ อุปาหนญฺจ มยฺหํ ทตฺวา อุปาหนทานนิสฺสนฺเทน สมุทฺเท ภินฺนาย นาวาย ปติฏฺฐํ ลภิสฺสติ, กริสฺสามิสฺส อนุคฺคหนฺ"ติ อากาเสน คนฺตฺวา ตสฺส อวิทูเร โอตริตฺวา มชฺฌณฺหิกสมเย จณฺฑวาตาตเปน องฺคารสนฺถตสทิสํ อุณฺหวาลุกํ มทฺทนฺโต ตสฺส

ตตฺถ อิทํ เขตฺตนฺติอาทิ จินฺติตาการทสฺสนํ. เขตฺตนฺติ ขิตฺตํ พีชํ มหปฺผลภาวกรเณน ตายตีติ เขตฺตํ, ปุพฺพณฺณาปรณฺณวิรุหนภูมิ. อิธ ปน เขตฺตํ วิยาติ เขตฺตํ, อคฺคทกฺขิเณยฺโย ปจฺเจกพุทฺโธ. เตเนวาห "ปุญฺญกามสฺส ชนฺตุโน"ติ.

เล่มที่ ๓๓ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒-พุทธวงศ์-จริยาปิฎก๑,๓๘๖

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. สังขพราหมณจริยา”