[๒๖] มงฺคลสมฺปนฺนนฺติ มงฺคลคุเณหิ สมนฺนาคตํ. สงฺคามวิชยุตฺตมนฺติ สงฺคามวิชยา อุตฺตมํ, สงฺคามวิชเย วา อุตฺตมํ ปธานํ ปวรํ นาคํ. กินฺเต รชฺชํ กริสฺสตีติ ตสฺมึ นาเค อปคเต ตว รชฺชํ กึ กริสฺสติ, รชฺชกิจฺจํ น กริสฺสติ, รชฺชมฺปิ อปคตเมวาติ ทสฺเสติ.
[๒๗] รชฺชมฺปิ เม ทเท สพฺพนฺติ ติฏฺฐตุ นาโค ติรจฺฉานคโต, อิทํ เม สพฺพํ กุรุรฏฺฐมฺปิ ยาจกานํ ทเทยฺยํ. สรีรํ ทชฺชมตฺตโนติ รชฺเชปิ วา กึ วตฺตพฺพํ, อตฺตโน สรีรมฺปิ ยาจกานํ ทเทยฺยํ, สพฺโพปิ หิ เม อชฺฌตฺติกพาหิโร ปริคฺคโห โลกหิตตฺถเมว มยา ปริจฺจตฺโต. ยสฺมา สพฺพญฺญุตํ ปิยํ มยฺหํ สพฺพญฺญุตา จ ทานปารมึ อาทึ กตฺวา สพฺพปารมิโย อปูเรนฺเตน น สกฺกา ลทฺธุํ, ตสฺมา นาคํ อทาสึ อหนฺติ ทสฺเสติ.
เอวมฺปิ ตสฺมึ นาเค อานีเต กาลิงฺครฏฺเฐ เทโว น วสฺสเตว. กาลิงฺคราชา "อิทานิปิ น วสฺสติ, กึ นุ โข การณนฺ"ติ ปุจฺฉิตฺวา "กุรุราชา ครุธมฺเม ๑- รกฺขติ,