[๑๐๓-๔] อจฺเฉรํ วตาติ อจฺฉริยํ วต. เวสฺสนฺตรสฺส เตเชนาติ เวสฺสนฺตรสฺส ปุญฺญานุภาเวน. สงฺขิปึสุ ปถํ ยกฺขาติ เทวตา มหาสตฺตสฺส ปุญฺญเตเชน โจทิตา ตํ มคฺคํ ปริกฺขยํ ปาเปสุํ, อปฺปกํ อกํสุ. ตํ ปน ทารเกสุ กรุณาย กตํ วิย กตฺวา วุตฺตํ "อนุกมฺปาย ทารเก"ติ. เชตุตฺตรนครโต หิ สุวณฺณคิริตาโล นาม ปพฺพโต ปญฺจ โยชนานิ, ตโต โกนฺติมารา นาม นที ปญฺจ โยชนานิ, ตโต มารญฺชนาคิริ ๑- นาม ปพฺพโต ปญฺจ โยชนานิ, ตโต ทณฺฑพฺราหฺมณคาโม นาม ปญฺจ โยชนานิ, ตโต มาตุลนครํ ทส โยชนานิ, อิติ ตํ รฏฺฐํ เชตุตฺตรนครโต ตึส โยชนานิ โหติ. เทวตา โพธิสตฺตสฺส ปุญฺญเตเชน โจทิตา มคฺคํ ปริกฺขยํ ปาเปสุํ. ตํ สพฺพํ เอกาเหเนว อติกฺกมึสุ. เตน วุตฺตํ "นิกฺขนฺตทิวเสเนว, เจตรฏฺฐมุปาคมุนฺ"ติ.

เอวํ มหาสตฺโต สายนฺหสมยํ เจตรฏฺเฐ มาตุลนครํ ปตฺวา ตสฺส นครสฺส ทฺวารสมีเป สาลาย นิสีทิ. อถสฺส มทฺที เทวี ปาเทสุ รชํ ปุญฺฉิตฺวา ปาเท สมฺพาหิตฺวา "เวสฺสนฺตรสฺส อาคตภาวํ ชานาเปสฺสามี"ติ สาลโต นิกฺขมิตฺวา ตสฺส จกฺขุปเถ สาลทฺวาเร อฏฺฐาสิ. นครํ ปวิสนฺติโย จ นิกฺขมนฺติโย จ อิตฺถิโย ตํ ทิสฺวา ปริวาเรสุํ. มหาชโน ตญฺจ เวสฺสนฺตรญฺจ ปุตฺเต จสฺส ตถา อาคเต ทิสฺวา ราชูนํ อาจิกฺขิ. สฏฺฐิสหสฺสา ราชาโน โรทนฺตา ปริเทวนฺตา ตสฺส สนฺติกํ อาคนฺตฺวา ๒- มคฺคปริสฺสมํ วิโนเทตฺวา ตถา อาคมนการณํ ปุจฺฉึสุ.

มหาสตฺโต หตฺถิทานํ อาทึ กตฺวา สพฺพํ กเถสิ. ตํ สุตฺวา เต อตฺตโน รชฺเชน นิมนฺตยึสุ. มหาปุริโส "มยา ตุมฺหากํ รชฺชํ ปฏิคฺคหิตเมว โหตุ, ราชา ปน มํ รฏฺฐา ปพฺพาเชติ, ตสฺมา วงฺกปพฺพตเมว คมิสฺสามี"ติ วตฺวา เตหิ นานปฺปการํ ตตฺถ วาสํ ยาจิยมาโนปิ ตํ อนลงฺกริตฺวา เตหิ คหิตารกฺโข ตํ รตฺตึ สาลายเมว วสิตฺวา ปุนทิวเส ปาโตว นานคฺครสโภชนํ ภุญฺชิตฺวา เตหิ ปริวุโต นิกฺขมิตฺวา ปณฺณรสโยชนมคฺคํ

เล่มที่ ๓๓ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒-พุทธวงศ์-จริยาปิฎก๑,๕๒๑

ที่มาและฉบับอื่นของ “๙. เวสสันตรจริยา”