อตีเต หิ อิมสฺมึเยว กปฺเป พาราณสิรญฺโญ ปุตฺโต ปิตรา รฏฺฐโต ปพฺพาชิโต วเน วสนฺโต อญฺญตราย นาคมาณวิกาย สํวาสํ กปฺเปสิ. เตสํ สํวาสมนฺวาย เทฺว ทารกา ชายึสุ ปุตฺโต จ ธีตา จ. ปุตฺตสฺส "สาครพฺรหฺมทตฺโต"ติ นามํ กรึสุ ธีตาย "สมุทฺทชา"ติ. โส อปรภาเค ปิตุ อจฺจเยน พาราณสึ คนฺตฺวา รชฺชํ กาเรสิ. อถ ธตรฏฺโฐ นาม นาคราชา ปญฺจโยชนสติเก นาคภวเน นาครชฺชํ กาเรนฺโต ตํ อภูตวาทิเกน จิตฺตจูเฬน ๑- นาม กจฺฉเปน "พาราณสิราชา อตฺตโน ธีตรํ ตุยฺหํ ทาตุกาโม, สา โข ปน ราชธีตา สมุทฺทชา นาม อภิรูปา ทสฺสนียา ปาสาทิกา จา"ติ กถิตํ สุตฺวา ธตรฏฺโฐ จตฺตาโร นาคมาณวเก เปเสตฺวา ตํ ทาตุํ อนิจฺฉนฺตํ นาควิภึสิกาย ภึสาเปตฺวา "ทมฺมี"ติ วุตฺเต มหนฺตํ ปณฺณาการํ ๒- เปเสตฺวา มหติยา นาคิทฺธิยา มหนฺเตน ปริวาเรน ตสฺส ธีตรํ นาคภวนํ เนตฺวา อคฺคมเหสิฏฺฐาเน ฐเปสิ.
สา อปรภาเค ธตรฏฺฐํ ปฏิจฺจ สุทสฺสโน ทตฺโต สุโภโค อริฏฺโฐติ จตฺตาโร ปุตฺเต ปฏิลภิ. เตสุ ทตฺโต โพธิสตฺโต, โส ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว สกฺเกน ตุฏฺฐจิตฺเตน "ภูริทตฺโต"ติ คหิตนามตฺตา "ภูริทตฺโต"เตฺวว ปญฺญายิตฺถ. อถ เนสํ ปิตา โยชนสติกํ โยชนสติกํ รชฺชํ ภาเชตฺวา อทาสิ. มหนฺโต ยโส อโหสิ. โสฬสโสฬสนาคกญฺญาสหสฺสานิ ปริวารยึสุ. ปิตุปิ เอกโยชนสตเมว รชฺชํ อโหสิ. ตโย ปุตฺตา มาเส มาเส มาตาปิตโร ปสฺสิตุํ อาคจฺฉนฺติ, โพธิสตฺโต ปน อนฺวทฺธมาสํ อาคจฺฉติ.
โส เอกทิวสํ วิรูปกฺขมหาราเชน สทฺธึ สกฺกสฺส อุปฏฺฐานํ คโต เวชยนฺตปาสาทํ สุธมฺมเทวสภํ ปาริจฺฉตฺตกโกวิฬารํ ปณฺฑุกมฺพลสิลาสนํ เทวจฺฉราปริวารํ อติมโนหรํ