มหาสตฺโต จ คนฺตฺวา ปุรโต ฐิโต, ยกฺขินิปุตฺโต ตํ วีมํสิตุกาโม "โกสิ ตฺวํ, กุโต อาคโต, กึ มํ น ชานาสิ `ลุทฺโท มนุสฺสมํสขาทโก'ติ กสฺมา จ อิธาคโตสี"ติ ปุจฺฉิ. กุมาโร "อหํ ชยทิสรญฺโญ ปุตฺโต ตฺวํ โปริสาทโกติ ชานามิ, ปิตุ ชีวิตํ รกฺขิตุํ อิธาคโต, ตสฺมา ตํ มุญฺจ, มํ ขาทา"ติ อาห. ปุน ยกฺขินิปุตฺโต มุขากาเรเนว "ตํ ตสฺส ๑- ปุตฺโตติ อหํ ชานามิ, ทุกฺกรํ ปน ตยา กตํ เอวํ อาคจฺฉนฺเตนา"ติ อาห. กุมาโร "น อิทํ ทุกฺกรํ, ยํ ปิตุ อตฺเถ ชีวิตปริจฺจชนํ, มาตาปิตุเหตุ หิ เอวรูปํ ปุญฺญํ กตฺวา เอกนฺเตเนว สคฺเค ปโมทติ, อหญฺจ `อมรณธมฺโม นาม โกจิ สตฺโต นตฺถี"ติ ชานามิ, อตฺตนา กิญฺจิ จ กตํ ปาปํ นาม น สรามิ, ตสฺมา มรณโตปิ เม ภยํ นตฺถิ, อิทํ สรีรํ มยา เต นิสฺสฏฺฐํ, อคฺคึ ชาเลตฺวา ขาทา"ติ อาห. เตน วุตฺตํ:-

[๘๓] "อุชฺชาเลหิ มหาอคฺคึ ปปติสฺสามิ รุกฺขโต

ตฺวํ ปกฺกกาลมญฺญาย ภกฺขย มํ ปิตามหา"ติ.

ตํ สุตฺวา ยกฺขินิปุตฺโต "น สกฺกา อิมสฺส มํสํ ขาทิตุํ, อุปาเยน อิมํ ๒- ปลาเปสฺสามี"ติ จินฺเตตฺวา "เตน หิ อรญฺญํ ปวิสิตฺวา สารทารูนิ อาหริตฺวา นิทฺธูเม องฺคาเร กโรหิ, ตตฺถ เต มํสํ ปจิตฺวา ขาทิสฺสามี"ติ อาห. มหาสตฺโต ตถา กตฺวา ตสฺส อาโรเจสิ. โส ตํ โอโลเกนฺโต "อยํ ปุริสสีโห มรณโตปิ ภยํ นตฺถิ, เอวํ นิพฺภโย นาม น มยา ทิฏฺฐปุพฺโพ"ติ โลมหํสชาโต กุมารํ โอโลเกสิ. กุมาโร กิสฺส มํ โอโลเกสิ, น ยถาวุตฺตํ กโรสีติ. ยกฺขินิปุตฺโต มหาสตฺตํ "สตฺตธา ตสฺส มุทฺธา ผเลยฺย, โย ตํ ขาเทยฺยา"ติ อาห. สเจ มํ น ขาทิตุกาโมสิ, อถ กสฺมา

เล่มที่ ๓๓ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒-พุทธวงศ์-จริยาปิฎก๑,๖๙๖

ที่มาและฉบับอื่นของ “๙. ชยทิสจริยา”