อเถกทิวสํ ตสฺมึ ตถา สีลํ สมาทิยิตฺวา นิปนฺเน โสฬส โภชปุตฺตา "มํสํ อาหริสฺสามา"ติ อาวุธหตฺถา อรญฺเญ จรนฺตา กิญฺจิ อลภิตฺวา นิกฺขมนฺตา ตํ วมฺมิกมตฺถเก นิปนฺนํ ทิสฺวา "มยํ อชฺช โคธาโปตกมฺปิ น ลภิมฺหา, อิมํ นาคราชานํ วธิตฺวา ขาทิสฺสามา"ติ จินฺเตตฺวา "มหา โข ปเนส คยฺหมาโน ปลาเยยฺยาติ ยถานิปนฺนกํเยว นํ โภเคสุ สูเลหิ วิชฺฌิตฺวา ทุพฺพลํ กตฺวา คณฺหิสฺสามา"ติ สูลานิ อาทาย อุปสงฺกมึสุ. โพธิสตฺตสฺสาปิ สรีรํ มหนฺตํ เอกโทณิกนาวปฺปมาณํ วฏฺเฏตฺวา ฐปิตสุมนปุปฺผทามํ วิย ชิญฺชุกผลสทิเสหิ อกฺขีหิ ชยสุมนปุปฺผสทิเสน จ สีเสน สมนฺนาคตํ อติวิย โสภติ. โส เตสํ โสฬสนฺนํ ชนานํ ปทสทฺเทน โภคนฺตรโต สีสํ นีหริตฺวา รตฺตกฺขีนิ อุมฺมีเลตฺวา เต สูลหตฺเถ อาคจฺฉนฺเต ทิสฺวา "อชฺช มยฺหํ มโนรโถ มตฺถกํ ปาปุณิสฺสตี"ติ อตฺตานํ ทานมุเข นิยฺยาเตตฺวา "อิเม มม สรีรํ สตฺตีหิ โกฏฺเฏตฺวา ฉิทฺทาวฉิทฺทํ กโรนฺเต น โอโลเกสฺสามี"ติ อตฺตโน สีลขณฺฑภเยน ทฬฺหํ อธิฏฺฐานํ อธิฏฺฐหิตฺวา สีสํ โภคนฺตเร เอว ปเวเสตฺวา นิปชฺชิ.

อถ นํ เต อุปคนฺตฺวา นงฺคุฏฺเฐ คเหตฺวา อากฑฺฒนฺตา ภูมิยํ ปาเตตฺวา ติขิณสูเลหิ อฏฺฐสุ ฐาเนสุ วิชฺฌิตฺวา สกณฺฏกา กาฬเวตฺตยฏฺฐิโย ๒- ปหารมุเขหิ ปเวเสตฺวา อฏฺฐสุ ฐาเนสุ กาเชหิ อาทาย มหามคฺคํ ปฏิปชฺชึสุ. มหาสตฺโต สูเลหิ วิชฺฌนโต ปฏฺฐาย เอกฏฺฐาเนปิ อกฺขีนิ อุมฺมีเลตฺวา เต น โอโลเกสิ. ตสฺส อฏฺฐหิ กาเชหิ อาทาย นียมานสฺส สีสํ โอลมฺพิตฺวา ภูมึ ปหรติ. อถ นํ "สีสมสฺส

[๘๘] "อทฺทสํสุ โภชปุตฺตา ขรา ลุทฺทา อการุณา

เล่มที่ ๓๓ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒-พุทธวงศ์-จริยาปิฎก๑,๗๐๖

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๐. สังขปาลจริยา”