อถสฺส ภควา ญาณปริปากํ โอโลเกตฺวา ตํ ฐานํ คนฺตฺวา วิปฺผุรนฺตหตฺถนขมณิมยูขสมฺภินฺนสิตาภตาย ปคฺฆรนฺตชาติหิงฺคุลกสุวณฺณรสธารํ วิย ชาลาคุณฺฐิตมุทุตลุนทีฆงฺคุลิหตฺถํ อุตฺตรสฺส สีเส ฐเปตฺวา "อุตฺตร อิทํ เต ปุริมกมฺมสฺส ผลํ อุปฺปนฺนํ, ตตฺถ ตยา ปจฺจเวกฺขณพเลน อธิวาสนา กาตพฺพา"ติ วตฺวา อชฺฌาสยานุรูปํ ธมฺมํ เทเสสิ. อุตฺตโร อมตาภิเสกสทิเสน สตฺถุ หตฺถสมฺผสฺเสน สญฺชาตปฺปสาทโสมนสฺสตาย อุฬารปีติปาโมชฺชํ ปฏิลภิตฺวา ยถาปริจิตํ วิปสฺสนามคฺคํ สมารูโฬฺห ญาณสฺส ปริปากํ คตตฺตา สตฺถุ จ เทสนาวิลาเสน ตาวเทว มคฺคปฏิปาฏิยา สพฺเพ กิเลเส เขเปตฺวา ฉฬภิญฺโญ

[๕๕] อถ อปรภาเค ปุพฺพกมฺมํ สริตฺวา โสมนสฺสชาโต ปุพฺพจริตาปทานํ ปกาเสนฺโต สุเมโธ นาม สมฺพุทฺโธติอาทิมาห. ตตฺถ อนุตฺตานปทวณฺณนเมว กริสฺสาม.

[๕๗] วิชฺชาธโร ตทา อาสินฺติ พาหิรกมนฺตาทิวิชฺชาสิทฺธิยา อากาส- คามิสมตฺโถ หุตฺวา จรณวเสน ตํ วิชฺชํ รกฺขิตฺวา อวินาเสตฺวา ปริหรณวเสน วิชฺชาธรโยนิ อาสึ อโหสินฺติ อตฺโถ. อนฺตลิกฺขจโร อหนฺติ อนฺตํ ปริโยสานํ โกฏึ ลิขเต สงฺกริสฺสตีติ อนฺตลิกฺขํ. อถ วา อนฺตํ ปริโยสานํ ลิขฺยเต โอโลกิยเต เอเตนาติ อนฺตลิกฺขํ, ตสฺมึ อนฺตลิกฺเข, อากาเส จรณสีโล อหนฺติ อตฺโถ. ติสูลํ สุกตํ คยฺหาติ ติขิณํ สูลํ, อคฺคํ อาวุธํ. ติสูลํ สุนฺทรํ กตํ, โกฏฺฏนฆํสนมทฺทนปหรณวเสน สุฏฺฐุ กตํ สูลาวุธํ คยฺห คเหตฺวา อมฺพรโต คจฺฉามีติ อตฺโถ. เสสํ สพฺพํ เหฏฺฐา วุตฺตนยตฺตาว นยานุโยเคน สุวิญฺเญยฺยเมวาติ.

เล่มที่ ๓๓ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒-พุทธวงศ์-จริยาปิฎก๑๘๔

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๐. จูฬสุคันธเถราปทาน”