อปิจ ตโย โลกา สงฺขารโลโก สตฺตโลโก โอกาสโลโกติ. ตตฺถ สงฺขารโลโก นาม ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนา ปฐวิอาทโย ธมฺมา. สตฺตโลโก นาม สญฺญิโน อสญฺญิโน เนวสญฺญินาสญฺญิโน จ สตฺตา. โอกาสโลโก นาม สตฺตานํ นิวาสฏฺฐานํ. อิเม ปน ตโยปิ โลกา ภควตา ยถาสภาวโต วิทิตา, ตสฺมา โลกวิทูติ วุจฺจติ. อาหุตีนํ ปฏิคฺคโหติ ทานานํ ปฏิคฺคเหตุํ อรหตฺตา ทกฺขิเณยฺยตฺตา อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห. อุสฺสีสเก มํ ฐตฺวานาติ มม สีสสมีเป ฐตฺวา อิทํ อิทานิ วตฺตพฺพํ วจนํ อพฺรวีติ อตฺโถ. ชฏิลนฺติ ชฏา อสฺส สนฺตีติ ชฏิโล. ตํ ชฏิลํ. อุคฺคตาปนนฺติ อุคฺคตาปสํ. อหูติ อหนิ, อถาติ อตฺโถ. อยเมว วา ปาโฐ. กปิลวฺหยาติ กปิลอวฺหยา อภิธานา. รมฺมาติ รมณียโต. ปธานนฺติ วีริยํ. เอหีตีติ เอสฺสติ คมิสฺสติ. เสสคาถาสุ อุตฺตานเมวาติ.
ตโต สุเมธปณฺฑิโต "มยฺหํ กิร ปตฺถนา สมิชฺฌิสฺสตี"ติ สญฺชาตโสมนสฺโส อโหสิ. มหาชโน ทีปงฺกรทสพลสฺส วจนํ สุตฺวา "สุเมธตาปโส กิร พุทฺธพีชงฺกุโร"ติ หฏฺฐตุฏฺโฐ อโหสิ. เอวญฺจสฺส อโหสิ "ยถา นาม ปุริโส นทึ
อถ สพฺพโลกมติทีปงฺกโร ทีปงฺกโร ภควา จตูหิ ขีณาสวสตสหสฺเสหิ ปริวุโต รมฺมนครวาสีหิ ปูชิยมาโน เทวตาหิ อภิวนฺทิยมาโน ๑- สญฺฌาปฺปภานุรญฺชิต- วรกนกคิริสิขโร วิย ชงฺคมมาโน อเนเกสุ ปาฏิหาริเยสุ วตฺตมาเนสุ เตน อลงฺกตปฏิยตฺเตน มคฺเคน คนฺตฺวา นานาสุรภิกุสุมคนฺธวาสิตํ จุณฺณสมฺโมทคนฺธํ สมุสฺสิตธชปฏากํ คนฺธานุพทฺธหทเยหิ ๒- ภมรคเณหิ คุมฺพคุมฺพายมานํ ๓- ธูปนฺธการํ อมรปุรสทิสโสภํ อภิรมฺมํ รมฺมนครํ ปวิสิตฺวา ปญฺญตฺเต มหารเห พุทฺธาสเน ยุคนฺธรมตฺถเก สรทสมยรุจิรกรรชนิกโร ติมิรนิกรนิธนกโร กมลวนวิกสนกโร ทิวสกโร วิย ทสพลทิวสกโร นิสีทิ. ภิกฺขุสํโฆปิ ปฏิปาฏิยา อตฺตโน อตฺตโน ปตฺตาสเน นิสีทิ. รมฺมนครวาสิโน ปน อุปาสกา สทฺธาทิคุณสมฺปนฺนา นานาวิธขชฺชาทีหิ สมลงฺกตํ วณฺณคนฺธรสสมฺปนฺนํ อสทิสํ สุขนิทานํ ทานํ พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสํฆสฺส อทํสุ.