อถสฺส "อรหา, อรหา"ติ พหูหิ สมฺภาวิยมานสฺส เอวํ เจตโส ปริวิตกฺโก อุทปาทิ "เย เกจิ โลเก อรหนฺโต วา อรหตฺตมคฺคํ วา สมาปนฺนา, อหํ เตสํ อญฺญตโร"ติ โส เตน นิยาเมน กุหนกมฺเมน ชีวิกํ กปฺเปติ.

กสฺสปทสพลสฺส สาสเน สตฺตสุ ชเนสุ ปพฺพตํ อารุยฺห สมณธมฺมํ กโรนฺเตสุ เอโก อนาคามี หุตฺวา สุทฺธาวาสพฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺติตฺวา อตฺตโน พฺรหฺมสมฺปตฺตึ โอโลเกนฺโต อาคตฏฺฐานํ อาวชฺเชนฺโต ปพฺพตมารุยฺห สมณธมฺมํ กรณฏฺฐานํ ทิสฺวา เสสานํ นิพฺพตฺตนฏฺฐานํ อาวชฺเชนฺโต เอกสฺส ปรินิพฺพุตภาวํ อิตเรสญฺจ ปญฺจนฺนํ กามาวจรเทวโลเก นิพฺพตฺตภาวํ ญตฺวา เต กาลานุกาลํ อาวชฺเชสิ "อิมสฺมึ ปน กาเล กหํ นุ โข เต"ติ อาวชฺเชนฺโต ทารุจีริยํ สุปฺปารกปฏฺฏนํ นิสฺสาย กุหนกมฺเมน ชีวิกํ กปฺเปนฺตํ ทิสฺวา "นฏฺโฐ วตายํ พาโล, ปุพฺเพ สมณธมฺมํ กโรนฺโต อติอุกฺกฏฺฐภาเวน อรหตาปิ อาภตํ ปิณฺฑปาตํ อปริภุญฺชิตฺวา อิทานิ อุทรเหตุ อนารหาว สมาโน อรหตฺตํ ปฏิชานิตฺวา โลกํ วญฺเจนฺโต วิจรติ, ทสพลสฺส อุปฺปนฺนภาวํ น ชานาติ, คจฺฉามิ นํ สํเวเชตฺวา พุทฺธุปฺปาทํ ชานาเปสฺสามี"ติ ขเณเนว พฺรหฺมโลกโต โอตริตฺวา สุปฺปารกปฏฺฏเน รตฺติภาคสมนนฺตเร ทารุจีริยสฺส สมฺมุเข ปาตุรโหสิ. โส อตฺตโน วสนฏฺฐาเน โอภาสํ ทิสฺวา พหิ นิกฺขมิตฺวา มหาพฺรหฺมานํ ทิสฺวา อญฺชลึ ปคฺคยฺห "เก ตุเมฺหติ ปุจฺฉิ. "อหํ ตุมฺหากํ โปราณกสหาโย อนาคามิผลํ ปตฺวา พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺโต, อมฺหากํ สพฺพเชฏฺฐโก อรหา หุตฺวา ปรินิพฺพุโต, ตุเมฺห ปน ปญฺจชนา เทวโลเก นิพฺพตฺตา. สฺวาหํ ทานิ ตํ อิมสฺมึ ฐาเน กุหนกมฺเมน ชีวิกํ กปฺเปนฺตํ ทิสฺวา ทมิตุํ อาคโต"ติ วตฺวา อิทํ การณํ อาห "เนว โข ตฺวํ พาหิย อรหา นาปิ อรหตฺตมคฺคํ วา สมาปนฺโน, สาปิ เต ปฏิปทา นตฺถิ, ยาย ตฺวํ อรหา วา อสฺส อรหตฺตมคฺคํ วา สมาปนฺโน"ติ. อถสฺส สตฺถุ อุปฺปนฺนภาวํ สาวตฺถิยํ วสนภาวญฺจ อาจิกฺขิตฺวา "สตฺถุ สนฺติกํ คจฺฉา"ติ ตํ อุยฺโยเชตฺวา พฺรหฺมโลกเมว อคมาสิ.

พาหิโย ปน อากาเส ฐตฺวา กเถนฺตํ มหาพฺรหฺมานํ โอโลเกตฺวา จินฺเตสิ "อโห ภาริยํ กมฺมํ มยา กตํ, อนรหํ อรหา อหนฺติ จินฺเตสึ, อยญฺจ มํ `น ตฺวํ อรหา, นาปิ อรหตฺตมคฺคํ วา สมาปนฺนาสี'ติ วทติ, อตฺถิ นุ โข โลเก อญฺโญ อรหา"ติ. อถ นํ ปุจฺฉิ "อถ เก จรหิ สเทวเก โลเก อรหนฺโต วา อรหตฺตมคฺคํ วา สมาปนฺนา"ติ. อถสฺส เทวตา อาจิกฺขิ "อตฺถิ พาหิย อุตฺตเรสุ ชนปเทสุ สาวตฺถิ นาม นครํ, ตตฺถ โส ภควา เอตรหิ วิหรติ อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ. โส หิ พาหิย ภควา อรหา เจว อรหตฺตาย จ ธมฺมํ เทเสสี"ติ. พาหิโย รตฺติภาเค เทวตา กถํ สุตฺวา สํวิคฺคมานโส ตงฺขณํเยว สุปฺปารกา นิกฺขมิตฺวา เอกรตฺติวาเสน ๑- สาวตฺถึ อคมาสิ, คจฺฉนฺโต จ ปน เทวตานุภาเวน พุทฺธานุภาเวน จ วีสโยชนสติกํ มคฺคํ อติกฺกมิตฺวา สาวตฺถึ อนุปฺปตฺโต, ตสฺมึ ขเณ สตฺถา สาวตฺถิยํ ปิณฺฑาย ปวิฏฺโฐ โหติ. โส เชตวนํ ปวิสิตฺวา อพฺโภกาเส จงฺกมนฺเต สมฺพหุเล ภิกฺขู ปุจฺฉิ "กุหึ เอตรหิ สตฺถา"ติ. ภิกฺขู "สาวตฺถิยํ ปิณฺฑาย ปวิฏฺโฐ"ติ วตฺวา "ตฺวํ ปน กุโต อาคโตสี"ติ ปุจฺฉึสุ. สุปฺปารกา อาคโตมฺหีติ. กทา นิกฺขนฺโตสีติ, หิยฺโย สายนฺหสมเย นิกฺขนฺโตมฺหีติ. "ทูรโตปิ อาคโต, นิสีท ตาว ปาเท โธวิตฺวา เตเลน มกฺเขตฺวา โถกํ วิสฺสมาหิ,

เล่มที่ ๓๓ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒-พุทธวงศ์-จริยาปิฎก๖๐

ที่มาและฉบับอื่นของ “๖. พาหิยเถราปทาน”