ตตฺถ ตตฺถาติ สจฺจปารมิยํ. อเทฺวชฺฌวจโนติ อวิตถวจโน. โอสธี นามาติ โอสธีตารกา, โอสธคหเณ โอสธีตารกํ อุทิตํ ทิสฺวา โอสธํ คณฺหนฺติ. ตสฺมา "โอสธีตารกา"ติ วุจฺจติ. ตุลาภูตาติ ปมาณภูตา. สเทวเกติ สเทวกสฺส โลกสฺส. สมเยติ วสฺสสมเย. อุตุวสฺเสติ เหมนฺตคิเมฺหสุ. "สมเย อุตุวฏฺเฏ"ติปิ ปาโฐ. ตสฺส สมเยติ คิเมฺห. อุตุวฏฺเฏติ เหมนฺเต จ วสฺสาเน จาติ อตฺโถ. น โวกฺกมติ วีถิโตติ ตํตํอุตุมฺหิ อตฺตโน คมนวีถิโต น โวกฺกมติ น วิคจฺฉติ, ฉ มาเส ปจฺฉิมํ ทิสํ คจฺฉติ, ฉ มาเส ปุพฺพํ ทิสํ คจฺฉตีติ. อถ วา โอสธี นามาติ สิงฺคิเวรปิปฺผลิมริจาทิกํ โอสธํ. น โวกฺกมตีติ ยํ ยํ ผลทานสมตฺถํ โอสธํ, ตํ ตํ ผลทานํ โอกฺกมฺม อตฺตโน ผลํ อทตฺวา น นิวตฺตติ. วีถิโตติ คมนวีถิโต, ปิตฺตหโร ปิตฺตํ หรเตว, วาตหโร วาตํ หรเตว, เสมฺหหโร เสมฺหํ หรเตวาติ อตฺโถ. เสสเมตฺถาปิ อุตฺตานเมวาติ.

อถสฺส "น เอตฺตเกเหว พุทฺธการกธมฺเมหิ ภวิตพฺพนฺ"ติ อุตฺตริมฺปิ อุปธารยโต อฏฺฐมํ อธิฏฺฐานปารมึ ทิสฺวา เอตทโหสิ "สุเมธปณฺฑิต ตฺวํ อิโต ปฏฺฐาย อธิฏฺฐานปารมิมฺปิ ปูเรยฺยาสิ, ยํ อธิฏฺฐาสิ, ตสฺมึ อธิฏฺฐาเน นิจฺจโล ภเวยฺยาสิ, ยถา ปพฺพโต นาม สพฺพทิสาสุ วาเต ปหรนฺเตปิ น กมฺปติ น จลติ, อตฺตโน ฐาเนเยว ติฏฺฐติ, เอวเมว ตฺวมฺปิ อตฺตโน อธิฏฺฐาเน นิจฺจโล โหนฺโตว พุทฺโธ ภวิสฺสสี"ติ อฏฺฐมํ อธิฏฺฐานปารมึ ทฬฺหํ กตฺวา อธิฏฺฐาสีติ. เตน วุตฺตํ:-

[๑๕๐] "น เหเต เอตฺตกาเยว พุทฺธธมฺมา ภวิสฺสเร

อญฺเญปิ วิจินิสฺสามิ เย ธมฺมา โพธิปาจนา.

เล่มที่ ๓๓ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒-พุทธวงศ์-จริยาปิฎก๖๒๐

ที่มาและฉบับอื่นของ “รัตนะจงกรมกัณฑ์”