ตตฺถ ตมนฺติ โลกนฺธการญฺจ หทยตมญฺจ. นิหนฺตฺวานาติ อภิภวิตฺวา. ๑- ธมฺโมกฺกนฺติ เอตฺถ อยํ ปน อุกฺกาสทฺโท สุวณฺณการมูสาทีสุ อเนเกสุ อตฺเถสุ ทิสฺสติ. ตถา หิ "สณฺฑาเสน ชาตรูปํ คเหตฺวา อุกฺกามุเข ปกฺขิเปยฺยา"ติ ๒- อาคตฏฺฐาเน สุวณฺณการานํ มูสา "อุกฺกา"ติ เวทิตพฺพา. "อุกฺกํ พนฺเธยฺย, อุกฺกํ พนฺธิตฺวา อุกฺกามุขํ อาลิมฺเปยฺยา"ติ ๒- อาคตฏฺฐาเน กมฺมารานํ องฺคารกปลฺลํ. "กมฺมารานํ ยถา อุกฺกา, อนฺโต ฌายติ โน พหี"ติ ๓- อาคตฏฺฐาเน กมฺมารุทฺธนํ. "เอวํวิปาโก อุกฺกาปาโต ภวิสฺสตี"ติ ๔- อาคตฏฺฐาเน วายุเวโค "อุกฺกา"ติ วุจฺจติ. "อุกฺกาสุ ธาริยมานาสู"ติ ๕- อาคตฏฺฐาเน ทีปิกา "อุกฺกา"ติ วุจฺจติ. อิธาปิ ทีปิกา อุกฺกาติ อธิปฺเปตา. ๖- ตสฺมา อิธ ธมฺมมยํ อุกฺกํ อภิธารยิ, อวิชฺชนฺธการปฏิจฺฉนฺนสฺส อวิชฺชนฺธการาภิภูตสฺส โลกสฺส ธมฺมมยํ อุกฺกํ ธาเรสีติ อตฺโถ.

อตุลาสีติ อตุลฺยา อาสิ. อยเมว วา ปาโฐ, อญฺเญหิ พุทฺเธหิ อสทิสา อโหสีติ อตฺโถ. ชิเนทญฺเญหีติ ชิเนหิ อญฺเญหิ. จนฺทสูริยปฺปภํ หนฺตฺวาติ จนฺทสูริยานํ ปภํ อภิหนฺตฺวา ทสสหสฺสี วิโรจตีติ จนฺทสูริยาโลกํ วินา พุทฺธาโลเกเนว ทสสหสฺสี วิโรจตีติ อตฺโถ.

มงฺคลสมฺมาสมฺพุทฺโธ ปน อธิคตโพธิญาโณ โพธิมูเลเยว สตฺตสตฺตาหานิ วีตินาเมตฺวา พฺรหฺมุโน ธมฺมายาจนํ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา "กสฺส นุ โข อหํ ธมฺมํ เทเสยฺยนฺ"ติ ๗- อุปธาเรนฺโต อตฺตนา สห ปพฺพชิตานํ ภิกฺขูนํ ติสฺโส โกฏิโย อุปนิสฺสยสมฺปนฺนํ อทฺทส. อถสฺส เอตทโหสิ "อิเม กุลปุตฺตา มํ ปพฺพชนฺตํ อนุปพฺพชิตา อุปนิสฺสยสมฺปนฺนา จ, เต มยา วิสาขปุณฺณมาย วิเวกตฺถิเกน

เล่มที่ ๓๓ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒-พุทธวงศ์-จริยาปิฎก๗๕๐

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. มังคลพุทธวงศ์”