มหาสตฺโต ทิสฺวา "กึ กมฺมํ กาตุํ สกฺขิสฺสสี"ติ อาห. มม อชานนสิปฺปํ นาม นตฺถิ, โย โย ยํ ยํ อิจฺฉติ มณฺฑปํ วา ปาสาทํ วา อญฺญํ วา กิญฺจิ นิเวสนาทิกํ, ตสฺส ตสฺส ตํ ตํ กาตุํ สมตฺโถมฺหีติ. เตน หิ มยฺหํ กมฺมํ อตฺถีติ. กึ อยฺยาติ. สฺวาตนาย มยา โกฏิสตสหสฺสภิกฺขู นิมนฺติตา, เตสํ นิสีทนมณฺฑปํ กริสฺสสีติ. อหํ นาม กเรยฺยํ, สเจ เม ภตึ ทาตุํ สกฺขิสฺสถาติ. สกฺขิสฺสามิ ตาตาติ. "ยทิ เอวํ สาธุ กริสฺสามี"ติ วตฺวา เอกํ ปเทสํ โอโลเกสิ. โส ทฺวาทสโยชนปฺปมาโณ ปเทโส กสิณมณฺฑลํ วิย สมตโล ปรมรมณีโย อโหสิ. ปุน โส "เอตฺตเก ฐาเน สตฺตรตนมโย ทฏฺฐพฺพสารมณฺโฑ มณฺฑโป อุฏฺฐหตู"ติ จินฺเตตฺวา โอโลเกสิ. ตโต ตาวเทว มณฺฑปสทิโส ปฐวีตลํ ภินฺทิตฺวา มณฺฑโป อุฏฺฐหิ. ตสฺส โสวณฺณมเยสุ ถมฺเภสุ รชตมยา ฆฏกา อเหสุํ, รชตมเยสุ ถมฺเภสุ โสวณฺณมยา ฆฏกา, มณิตฺถมฺเภสุ ปวาฬมยา ปวาฬมเยสุ ถมฺเภสุ มณิมยา ฆฏกา, สตฺตรตนมเยสุ ถมฺเภสุ สตฺตรตนมยา ฆฏกา อเหสุํ.

ตโต "มณฺฑปสฺส อนฺตรนฺตราปิ กิงฺกิณิกชาลา โอลมฺพตู"ติ โอโลเกสิ, สห โอโลกเนน กิงฺกิณิกชาลํ โอลมฺพิ, ยสฺส มนฺทวาเตริตสฺส ปญฺจงฺคิกสฺเสว ตุริยสฺส ปรมมโนรโม มธุโร สทฺโท นิจฺฉรติ, ทิพฺพสงฺคีติวตฺตนกาโล วิย อโหสิ. "อนฺตรนฺตรา ทิพฺพคนฺธทามปุปฺผทามปตฺตทามสตฺตรตนทามานิ โอลมฺพนฺตู"ติ จินฺเตสิ, สห จินฺตาย ทามานิ โอลมฺพึสุ. "โกฏิสตสหสฺสสงฺขฺยานํ ภิกฺขูนํ อาสนานิ จ กปฺปิยมหคฺฆปจฺจตฺถรณานิ อาธารกานิ จ ปฐวึ ภินฺทิตฺวา อุฏฺฐหนฺตู"ติ จินฺเตสิ, ตาวเทว อุฏฺฐหึสุ. "โกเณ โกเณ เอเกกา อุทกจาฏิ อุฏฺฐหตู"ติ จินฺเตสิ, ตงฺขณํเยว อุทกจาฏิโย ปรมสีตเลน มธุเรน สุวิสุทฺธ- สุคนฺธกปฺปิยวารินา ปุณฺณา กทลิปณฺณปิหิตมุขา อุฏฺฐหึสุ. โส ทสสตนยโน เอตฺตกํ มาเปตฺวา พฺราหฺมณสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา "เอหิ อยฺย ตว มณฺฑปํ ทิสฺวา มยฺหํ ภตึ เทหี"ติ อาห. มหาปุริโส คนฺตฺวา ตํ มณฺฑปํ โอโลเกสิ. ตสฺส โอโลเกนฺตสฺเสว สกลสรีรํ ปญฺจวณฺณาย ปีติยา นิรนฺตรํ ผุฏํ อโหสิ.

อถสฺส มณฺฑปํ โอโลกยโต เอตทโหสิ "นายํ มณฺฑโป มนุสฺสภูเตน กโต, มยฺหํ อชฺฌาสยํ มยฺหํ คุณํ อาคมฺม อทฺธา สกฺกสฺส เทวรญฺโญ ภวนํ อุณฺหํ อโหสิ, ตโต สกฺเกน เทวานมินฺเทน อยํ มณฺฑโป นิมฺมิโต"ติ. "น โข ปน เม ยุตฺตํ เอวรูเป มณฺฑเป เอกทิวสํเยว ทานํ ทาตุํ, สตฺตาหํ ทสฺสามี"ติ จินฺเตสิ. พาหิรกทานํ นาม ตตฺตกมฺปิ สมานํ ๑- โพธิสตฺตานํ หทยํ ตุฏฺฐึ กาตุํ น สกฺโกติ, อลงฺกตสีสํ วา ฉินฺทิตฺวา อญฺชิตานิ วา อกฺขีนิ อุปฺปาเฏตฺวา หทยมํสํ วา อุพฺพฏฺเฏตฺวา ทินฺนกาเล โพธิสตฺตานํ จาคํ นิสฺสาย ตุฏฺฐิ นาม โหติ. อมฺหากํ โพธิสตฺตสฺส หิ สิวิชาตเก ๒- เทวสิกํ ปญฺจกหาปณสตสหสฺสานิ วิสฺสชฺเชตฺวา จตูสุ นครทฺวาเรสุ นครมชฺเฌติ ปญฺจสุ ฐาเนสุ ทานํ เทนฺตสฺส ตํ ทานํ จาคตุฏฺฐึ อุปฺปาเทตุํ นาสกฺขิ. ยทา ปนสฺส พฺราหฺมณวณฺเณน อาคนฺตฺวา สกฺโก เทวราชา อกฺขีนิ ยาจิ, ตทา โส ตานิ จกฺขูนิ อุปฺปาเฏตฺวา อทาสิ, ททมานสฺเสว หาโส อุปฺปชฺชิ, เกสคฺคมตฺตมฺปิ จิตฺตสฺส อญฺญถตฺตํ นาโหสิ. เอวํ สพฺพญฺญุโพธิสตฺตานํ พาหิรทานํ นิสฺสาย ติตฺติ นาม นตฺถิ. ตสฺมา โสปิ มหาปุริโส "มยา โกฏิสตสหสฺสสงฺขานํ ภิกฺขูนํ ทานํ ทาตุํ วฏฺฏตี"ติ จินฺเตตฺวา ตสฺมึ มณฺฑเป นิสีทาเปตฺวา สตฺตาหํ ควปานํ นาม ทานํ อทาสิ.

เล่มที่ ๓๓ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒-พุทธวงศ์-จริยาปิฎก๗๖๑

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. มังคลพุทธวงศ์”