สตฺตมํ คนฺธมาทนํ อฏฺฐมํ อถ เรวตนฺติ ๑- สพฺพฏฺฐาเนสุ สตฺต สตฺต ทิวสาเนว ทานํ อทํสุ. คนฺธมาทนปพฺพเต ปน นาคทตฺตเทวราชา สตฺตสุ ทิวเสสุ เอกทิวสํ ขีรปิณฺฑปาตํ อทาสิ, เอกทิวสํ สปฺปิปิณฺฑปาตํ อทาสิ. อถ นํ ภิกฺขุสํโฆ อาห "อาวุโส อิมสฺส เทวรญฺโญ
อปรภาเค สตฺถา ขทิรวนิยเรวตตฺเถรสฺส ปจฺจุคฺคมนํ อกาสิ. กถํ? อถายสฺมา สาริปุตฺโต สตฺถารํ อาห "ภนฺเต มยฺหํ กิร กนิฏฺฐภาตา เรวโต ปพฺพชิโต, โส อภิรเมยฺย วา, น วา, คนฺตฺวา นํ ปสฺสิสฺสามี"ติ. ภควา เรวตสฺส อารทฺธวิปสฺสกภาวํ ญตฺวา เทฺว วาเร ปฏิกฺขิปิตฺวา ตติยวาเร ยาจิโต อรหตฺตปฺปตฺตภาวํ ญตฺวา สาริปุตฺต อหมฺปิ คมิสฺสามิ ภิกฺขูนํ อาโรเจหีติ. เถโร ภิกฺขู สนฺนิปาตาเปตฺวา "อาวุโส สตฺถา จาริกํ จริตุกาโม, คนฺตุกามา อาคจฺฉนฺตู"ติ สพฺเพสํเยว อาโรเจสิ. ทสพลสฺส จาริกตฺถาย คมนกาเล โอหิยฺยมานกภิกฺขู นาม อปฺปกา โหนฺติ, "สตฺถุ สุวณฺณวณฺณํ สรีรํ ปสฺสิสฺสาม, มธุรธมฺมกถํ วา สุณิสฺสามา"ติ เยภุยฺเยน คนฺตุกามา พหุตราว โหนฺติ. อิติ สตฺถา มหาภิกฺขุสํฆปริวาโร "เรวตํ ปสฺสิสฺสามา"ติ นิกฺขนฺโต.
อเถกสฺมึ ปเทเส อานนฺทตฺเถโร เทฺวธาปถํ ปตฺวา ภควนฺตํ ปุจฺฉิ "ภนฺเต อิมสฺมึ ฐาเน เทฺวธาปโถ, กตรมคฺเคน ภิกฺขุสํโฆ คจฺฉตู"ติ. กตรมคฺโค อานนฺท อุชุโกติ. ภนฺเต อุชุมคฺโค ตึสโยชนิโก อมนุสฺสปโถ. ปริหารมคฺโค ปน สฏฺฐิโยชนิโก เขโม สุภิกฺโขติ. อานนฺท สีวลิ อเมฺหหิ สทฺธึ อาคโตติ. อาม ภนฺเต อาคโตติ. เตน หิ สํโฆ อุชุมคฺคเมว คจฺฉตุ. สีวลิสฺส ปุญฺญํ วีมํสิสฺสามาติ. สตฺถา ภิกฺขุสํฆปริวาโร สีวลิตฺเถรสฺส ปุญฺญวีมํสนตฺถํ ตึสโยชน- มคฺคํ ๑- อภิรุหิ.