อถ นํ สตฺถา ปุจฺฉิ "เรวต อิทํ วาฬมิคฏฺฐานํ, จณฺฑานํ หตฺถิอสฺสาทีนํ สทฺทํ สุตฺวา กึ กโรสี"ติ. เตสํ เม ภนฺเต สทฺทํ สุณโต อรญฺญปีติ ๑- นาม อุปฺปนฺนาติ. สตฺถา อิมสฺมึ ฐาเน เรวตตฺเถรสฺส ปญฺจหิ คาถาสเตหิ อรญฺญานิสํสํ นาม กเถตฺวา ปุนทิวเส อวิทูรฏฺฐาเน ปิณฺฑาย จริตฺวา เรวตตฺเถรํ อามนฺเตตฺวา ๒- เยหิ ภิกฺขูหิ เถรสฺส อวณฺโณ กถิโต, เตสํ กตฺตรยฏฺฐิอุปาหนเตลนาฬิฉตฺตานํ ปมุสฺสนภาวํ อกาสิ. เต อตฺตโน ปริกฺขารตฺถาย นิวตฺตา อาคตมคฺเคเนว คจฺฉนฺตาปิ ตํ ฐานํ สลฺลกฺเขตุํ น สกฺโกนฺติ. ปฐมํ หิ เต อลงฺกตปฏิยตฺเตน มคฺเคน คนฺตฺวา, ตํทิวสํ ปน วิสมมคฺเคน คจฺฉนฺตา ตสฺมึ ฐาเน อุกฺกุฏิกํ นิสีทนฺตา ชณฺณุเกหิ คจฺฉนฺติ. เต คุมฺเพ จ คจฺเฉ จ กณฺฏเก จ มทฺทนฺตา อตฺตนา วสิตสภาคฏฺฐานํ คนฺตฺวา ตสฺมึ ตสฺมึ ขทิรขาณุเก ลคฺคิตํ อตฺตโน ฉตฺตํ สญฺชานนฺติ, อุปาหนํ กตฺตรยฏฺฐึ เตลนาฬิญฺจ สญฺชานนฺติ. เต ตสฺมึ สมเย "อิทฺธิมา อยํ ภิกฺขู"ติ ญตฺวา อตฺตโน ปริกฺขารมาทาย "ทสพลสฺส ปฏิยตฺตสกฺกาโร นาม เอวรูโป โหตี"ติ วทนฺตา อคมํสุ.
ปุรโต อาคเต ภิกฺขู วิสาขา อุปาสิกา อตฺตโน เคเห นิสินฺนกาเล ปุจฺฉิ "มนาปํ นุ โข ภนฺเต เรวตสฺส วสนฏฺฐานนฺ"ติ. มนาปํ อุปาสิเก นนฺทวนจิตฺตลตาวนปฏิภาคํ ตํ เสนาสนนฺติ. อถ เตสํ ปจฺฉโต อาคเต ภิกฺขู ปุจฺฉิ "มนาปํ อยฺยา เรวตสฺส วสนฏฺฐานนฺ"ติ. มา ปุจฺฉ อุปาสิเก, กเถตุํ อยุตฺตฏฺฐานํ, เอตํ อุชฺชงฺคลสกฺขรปาสาณวิสมขทิรวนํ เอว, ตตฺถ โส ภิกฺขุ วสตีติ.
วิสาขา ปุริมานํ ปจฺฉิมานญฺจ ภิกฺขูนํ กถํ สุตฺวา "เกสํ นุ โข กถา สจฺจา"ติ ปจฺฉาภตฺตํ คนฺธมาลํ อาทาย ทสพลสฺส อุปฏฺฐานํ คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ