ขีณาสวํ อรหนฺตํ ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณนฺ"ติ ๑- อิมา เทฺว คาถาโย อภาสิ. โส เตน หิ โภ โคตม ตํ วิชฺชํ เม เทถาติ อปจิตึ ทสฺเสตฺวา สตฺถุ สนฺติเก นิสีทิ. สตฺถา "อเมฺหหิ สมานลิงฺคสฺส เทมา"ติ อาห. วงฺคีโส "ยํ กิญฺจิ กตฺวา มยา อิมํ มนฺตํ คเหตุํ วฏฺฏตี"ติ พฺราหฺมเณ อุปคนฺตฺวา อาห "ตุเมฺห มยิ ปพฺพชนฺเต มา จินฺตยิตฺถ, อหํ มนฺตํ อุคฺคณฺหิตฺวา สกลชมฺพุทีเป เชฏฺฐโก ภวิสฺสามิ, ตุมฺหากมฺปิ เตน สทฺทเมว ภวิสฺสตี"ติ. โส มนฺตตฺถาย สตฺถุ สนฺติกํ อุปสงฺกมิตฺวา ปพฺพชฺชํ ยาจิ. ตทา จ เถโร นิโคฺรธกปฺโป ภควโต สนฺติเก ฐิโต โหติ, ตํ ภควา อาณาเปสิ "นิโคฺรธกปฺป อิมํ ปพฺพาเชหี"ติ. เถโร สตฺถุ อาณาย ตํ ปพฺพาเชตฺวา "มนฺตปริวารํ ตาว อุคฺคณฺหาหี"ติ ทฺวตฺตึสาการกมฺมฏฺฐานํ วิปสฺสนากมฺมฏฺฐานญฺจ อาจิกฺขิ. โส ทฺวตฺตึสาการกมฺมฏฺฐานํ สชฺฌายนฺโตว วิปสฺสนาย กมฺมฏฺฐานํ ปฏฺฐเปสิ. พฺราหฺมณา ตํ อุปสงฺกมิตฺวา "กึ โภ วงฺคีส สมณสฺส โคตมสฺส สนฺติเก สิปฺปํ อุคฺคหิตนฺ"ติ ปุจฺฉึสุ, อาม สิกฺขิตํ, เตน หิ เอหิ คมิสฺสามาติ กึ สิปฺปสิกฺขเนน, คจฺฉถ ตุเมฺห น มยฺหํ ตุเมฺหหิ กตฺตพฺพกิจฺจนฺติ. พฺราหฺมณา "ตฺวมฺปิ ทานิ สมณสฺส โคตมสฺส วสํ อาปนฺโน, มายาย
[๙๖] เอวํ เถโร อรหตฺตํ ปตฺวา อตฺตโน ปุพฺพกมฺมํ สริตฺวา โสมนสฺสชาโต ปุพฺพจริตาปทานํ ปกาเสนฺโต ปทุมุตฺตโร นาม ชิโนติอาทิมาห. อนุตฺตานตฺถเมว วณฺณยิสฺสาม.
[๙๙] ปภาหิ อนุรญฺชนฺโตติ โส ปทุมุตฺตโร ภควา นีลปีตาทิ- ฉพฺพณฺณปภาหิ รํสีหิ อนุรญฺชนฺโต ชลนฺโต โสภยมาโน วิชฺโชตมาโนติ อตฺโถ. เวเนยฺยปทุมานิ โสติ ปทุมุตฺตรสูริโย อตฺตโน วจนสงฺขาเตน สูริยรํสิยา เวเนยฺยชนสงฺขาตปทุมานิ วิเสเสน โพเธนฺโต ปโพเธนฺโต อรหตฺตมคฺคาธิคเมน ผุลฺลิตานิ กโรตีติ อตฺโถ.