๒. สลฬปุปผิกาเถริยาปทาน

[๑๕๒] ครั้งนั้น ดิฉันเกิดเป็นนางกินรีอยู่ที่ใกล้ฝั่งแม่น้ำจันทภาคา ดิฉันได้ พบพระนราสภผู้เป็นเทพของทวยเทพ กำลังเสด็จจงกรมอยู่ ดิฉัน ได้เลือกเก็บดอกไม้ช้างน้าวมาถวาย แด่พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด พระมหาวีระเจ้าทรงดมกลิ่นดอกไม้ช้างน้าว ซึ่งมีกลิ่นเหมือนทิพย์ พระมหาวีระผู้นำโลกพระนามว่าวิปัสสีสัมพุทธเจ้าทรงรับแล้ว ได้ ทรงดมกลิ่น ในเมื่อดิฉันมองดูอยู่ในครั้งนั้น ดิฉันประนมอัญชลี ถวายบังคมพระพุทธองค์ผู้อุดมกว่าสัตว์ ทำจิตของตนให้เลื่อมใส ต่อจากนั้นก็ได้เดินขึ้นภูเขาไป ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ ดิฉันได้ถวาย ดอกไม้ใดในกาลนั้น ด้วยการถวายดอกไม้นั้น ดิฉันไม่รู้จักทุคติเลยนี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ดิฉันเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธ ศาสนา ดิฉันได้ทำเสร็จแล้ว. ทราบว่า ท่านพระสลฬปุปผิกาภิกษุณีได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ สลฬปุปผิกาเถริยาปทาน. โมทกทายิกาเถริยาปทานที่ ๓ ว่าด้วยผลแห่งการถวายขนมต้ม

เล่มที่ ๓๓ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒-พุทธวงศ์-จริยาปิฎก๑๕๒

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. สลฬปุปผิกาเถริยาปทาน