บรรดาคำเหล่านั้น จิตที่เป็นไปตามกิเลส เปรียบเหมือนผ้าที่เปื้อนแล้ว. เวลาที่เป็นไปแห่งการทำอนุปัสสนาทั้ง ๓ เปรียบเหมือนการแช่ด้วยน้ำด่าง ๓ ชนิด. การยังกิเลส ๕ อย่าง #- ให้สิ้นไปด้วยโสดาปัตติมรรค เปรียบเหมือนการเทน้ำทิ้งแล้วซักล้างมลทินหยาบๆ. การรู้ว่า จิตนี้ยังไม่บริสุทธิ์พอแล้วยังการงานให้เป็นไปในอนุปัสสนา ๓ เหล่านั้นนั่นแหละ เปรียบเหมือนการแช่น้ำด่างเหล่านั้นแม้ครั้งที่ ๒.
การยังสังโยชน์อย่างหยาบ ๒ อย่างให้สิ้นไปด้วยสกทาคามิมรรค เปรียบเหมือนการซักล้างมลทินที่ละเอียดกว่านั้น. การที่เขาคิดว่าจิตนี้บริสุทธิ์ไม่พอ แล้วยังการกระทำการงานให้เป็นไปในอนุปัสสนา ๓ เหล่านั้นนั่นแหละ เปรียบเหมือนเขาคิดว่า ผ้านี้สะอาดไม่พอ แล้วจึงใส่น้ำด่าง ๓ อย่างให้กัดอีก.
การยังสังโยชน์อย่างละเอียด ๒ อย่างให้สิ้นไปด้วยอนาคามิมรรค เปรียบเหมือนซักล้างมลทินผ้าที่ละเอียดกว่านั้น. การที่รู้ว่า จิตนี้ยังสะอาดไม่พอ แล้วการงานให้เป็นไปในอนุปัสสนา ๓ เหล่านั้นแหละให้เป็นไป เปรียบเหมือนช่างย้อมรู้ว่าผ้านี้ยังสะอาดไม่พอ จึงใส่แช่ในน้ำด่าง ๓ อย่างอีก. การที่จิตของพระขีณาสพบริสุทธิ์เพราะกิเลส ๘ อย่างอันอรหัตมรรคให้สิ้นไปแล้ว ยับยั้งอยู่ด้วยวิหารธรรม คือผลสมาบัติในขณะที่ปรารถนาแล้วๆ เปรียบเหมือนการนุ่งห่มผ้าที่บริสุทธิ์ เพราะซักฟอกมลทินที่อยู่ภายในเส้นด้ายออกไป ด้วยการซักล้างจากผ้านั้น เช่นกับแผ่นเงิน ที่เก็บไว้ในผอบหอม ในขณะที่ตนปรารถนาแล้วๆ ฉะนั้น. นี้เป็นการอุปมาในข้อว่า มรรคอย่างอื่นย่อมละกิเลสอย่างอื่นๆ ดังนี้. ____________________________ #- อกุศลจิต คือโลภมูลจิตที่เป็นทิฏฐิคตสัมปยุต ๔ และโมหมูลจิตที่สัมปยุตด้วยวิจิกิจฉา.
ข้อนี้ สมด้วยคำที่ท่านพระเขมกะกล่าวไว้ว่า ๒-
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที