ในธรรมทั้งสองเหล่านั้น อหิริกะมีการไม่รังเกียจกายทุจริตเป็นต้นเป็นลักษณะ หรือมีความไม่ละอายกายทุจริตเป็นต้นเป็นลักษณะ (กายทุจฺจริตาทีหิ อชิคุจฺฉนลกฺขณํ อลชฺชนลกฺขณํ วา). อโนตตัปปะมีความไม่กลัวกายทุจริตเป็นต้นเหล่านั้นนั่นแหละเป็นลักษณะ หรือมีความไม่สะดุ้งกายทุจริตเป็นต้นเหล่านั้นเป็นลักษณะ (เตเหว อสารชฺชลกฺขณํ อนุตฺตาสนลกฺขณํ วา). พละคืออหิริกะนั่นแหละ ชื่อว่าอหิริกพละ. พละคืออโนตตัปปะนั่นแหละ ชื่อว่าอโนตัปปพละ. เนื้อความสังเขปในอธิการแห่งอกุศลนี้มีเท่านี้. ส่วนความพิสดารพึงทราบด้วยสามารถความเป็นปฏิปักษ์กันตามที่กล่าวในหนหลังนั่นแหละ.
สภาวธรรมที่ชื่อว่าโลภะ เพราะอรรถว่าเป็นเหตุให้คนอยากได้ หรืออยากได้เอง หรือเป็นเพียงอยากได้เท่านั้น. ที่ชื่อว่าโมหะ เพราะอรรถว่าเป็นเหตุให้คนหลง หรือหลงเอง หรือเป็นเพียงความหลงเท่านั้น.
บรรดาสภาวะทั้งสองเหล่านั้น โลภะมีการยึดอารมณ์เป็นลักษณะ (อารมฺมณคฺคหณลกฺขโณ) เหมือนลิงติดตัง มีความติดในอารมณ์เป็นรส (อภิสํครโส) เหมือนชิ้นเนื้อที่ใส่ในกระเบื้องร้อน มีการไม่สละไปเป็นปัจจุปัฏฐาน (อปริจาคปจฺจุปฏฺฐาโน) เหมือนเปื้อนสีน้ำมันและยาหยอดตา มีความเห็นชอบ ใจในธรรมเป็นอารมณ์ของสังโยชน์ เป็นปทัฏฐาน (สญฺโญชนิยธมฺเมสุ อสฺสาททสฺสนปทฏฺฐาโน) เมื่อเจริญขึ้นโดยความเป็นแม่น้ำ คือตัณหา พึงทราบว่า ย่อมพาไปสู่อบายเท่านั้น เหมือนแม่น้ำมีกระแสอันเชี่ยว ย่อมไหลพัดพาไปสู่มหาสมุทรฉะนั้น.
โมหะมีความมืดมนแห่งจิตเป็นลักษณะ หรือมีความไม่รู้เป็นลักษณะ (จิตฺตสฺส อนฺธภาวลกฺขโณ อญฺญาณลกฺขโณ วา) มีความไม่แทงตลอดเป็นรส (อสมฺปฏิเวธรโส) หรือมีความปกปิดสภาวะแห่งอารมณ์เป็นรส (อารมมณสภาวจฺฉาทนรโส วา) มีการไม่ปฏิบัติโดยชอบเป็นปัจจุปัฏฐาน (อสมฺมาปฏิปตฺติปจฺจุปฏฺ ฐาโน) หรือมีความมืดมนเป็นปัจจุปัฏฐาน (อนฺธการปจจุปทฏฺฐาโน วา) มีการทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคายเป็นปทัฏฐาน (อโยนิโสมนสิการปทฏฺฐาโน) พึงทราบว่า เป็นมูลของอกุศลธรรมทั้งปวง.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที