บรรดาธรรม ๙ อย่างเหล่านั้น ธรรม ๖ อย่างจำแนกได้ ๒ ฐาน ธรรมอย่างหนึ่งจำแนกได้ ๓ ฐาน ธรรมอย่างหนึ่งจำแนกได้ ๔ ฐาน และธรรมอีกอย่างหนึ่งจำแนกได้ ๖ ฐาน. เป็นอย่างไร? ธรรม ๖ อย่างเหล่านี้ คือจิต วิตก มิจฉาทิฏฐิ อหิริกพละ อโนตตัปปพละ โลภะ จำแนกได้ ๒ ฐาน.

จริงอยู่ บรรดาธรรมทั้ง ๖ เหล่านั้น จิตก่อนเพ่งถึงผัสสปัญจกะเรียกว่าจิต เพ่งถึงอินทรีย์เรียกว่ามนินทรีย์. วิตกเพ่งถึงองค์ฌานทั้งหลายเรียกว่าวิตก เพ่งถึงองค์มรรคทั้งหลายเรียกว่ามิจฉาสังกัปปะ. มิจฉาทิฏฐิก็เป็นมิจฉาทิฏฐิเหมือนกันทั้งในองค์มรรคทั้งในกรรมบถ. อหิริกะเพ่งถึงพละทั้งหลายเรียกว่าอหิริกพละ เพ่งถึงหมวดสองแห่งธรรมเป็นเครื่องยังโลกให้พินาศเรียกว่าอหิริกะ แม้ในอโนตตัปปะก็นัยนี้แหละ. โลภะเพ่งถึงมูลเรียกว่าโลภะ เพ่งถึงกรรมบถ เรียกว่าอภิชฌา. ธรรม ๖ อย่างเหล่านี้ท่านจำแนกในฐานะทั้ง ๒ ด้วยประการฉะนี้.

ส่วนเวทนาเพ่งถึงผัสสปัญจกะเรียกว่าเวทนา เพ่งถึงองค์ฌานทั้งหลายเรียกว่าสุข เพ่งถึงอินทรีย์ทั้งหลายเรียกว่าโสมนัสสินทรีย์ ธรรม (เวทนา) อย่างเดียวจำแนกได้ ๓ ฐานด้วยประการฉะนี้. ก็วิริยะเพ่งถึงอินทรีย์ทั้งหลายเรียกว่าวิริยินทรีย์ เพ่งถึงองค์มรรคทั้งหลายเรียกว่ามิจฉาวายามะ เพ่งถึงพละเรียกว่าวิริยพละ เพ่งถึงธรรมปิฏฐิทุกะเรียกว่าปัคคาหะ. ธรรม (วิริยะ) อย่างเดียวนี้ท่านจำแนกไว้ ๔ ฐานด้วยประการฉะนี้.

ก็สมาธิเพ่งถึงองค์ฌานทั้งหลาย เรียกว่าเอกัคคตาจิต เพ่งถึงอินทรีย์ เรียกว่าสมาธินทรีย์ เพ่งถึงองค์มรรคทั้งหลาย เรียกว่ามิจฉาสมาธิ เพ่งถึงพละทั้งหลาย เรียกว่าสมาธิพละ เพ่งถึงธรรมปิฏฐิทุกะ เรียกว่าสมถะ ด้วยสามารถแห่งธรรมหมวดหนึ่งในทุติยทุกะ เรียกว่าอวิกเขปะ โดยทุกะที่สาม. ธรรม (สมถะ) นี้อย่างเดียวท่านจำแนกไว้ ๖ ฐานด้วยประการฉะนี้.

เล่มที่ ๓๔ ธัมมสังคณี๑,๐๕๔

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “จิตดวงที่ ๑”