จริงอยู่ ความตั้งมั่นนี้ตั้งมั่นแล้วยึดไว้โดยความเป็นไปอย่างมีกำลัง. ที่ชื่อว่าอภินิเวสะ (ความยึดมั่น) เพราะอรรถว่าย่อมตั้งมั่นโดยความเป็นของเที่ยงเป็นต้น. ที่ชื่อว่าปรามาสะ (ความถือผิด) เพราะอรรถว่าก้าวล่วงสภาวธรรมแล้ว ถือเอาโดยประการอื่นด้วยอำนาจแห่งความเที่ยงเป็นต้น. ที่ชื่อว่ากุมมัคคะ (ทางชั่ว) เพราะอรรถว่าเป็นทางอันบัณฑิตเกลียด เพราะเป็นทางนำความพินาศมาให้ หรือเป็นทางแห่งอบายทั้งหลายที่บัณฑิตเกลียด.

ที่ชื่อว่ามิจฉาปถะ (ทางผิด) เพราะเป็นทางตามความไม่เป็นจริง ที่ชื่อว่ามิจฉัตตะ (ภาวะที่ผิด) เพราะเป็นสภาพผิดเหมือนกัน. เหมือนอย่างว่า ชนผู้หลงทิศ แม้ยึดถือว่า ทางนี้ชื่อทางของบ้านโน้น ดังนี้ ก็ไม่ยังบุคคลนั้นให้ถึงบ้านได้ ฉันใด บุคคลผู้มิจฉาทิฏฐิ แม้ยึดถือว่าทางนี้เป็นไปสู่สุคติ ดังนี้ ก็ไม่สามารถถึงสุคติได้ ฉันนั้น. ชื่อว่าทางผิด เพราะเป็นทางตามความไม่เป็นจริง ทางนี้ชื่อว่ามิจฉัตตะ เพราะมีสภาพผิด. ที่ชื่อว่าติตถะ (ลัทธิเป็นดังท่า) เพราะเป็นที่ๆ พวกคนพาลข้ามไป โดยการหมุนไปมาในที่นั้นนั่นแหละ ติตถะ (คือลัทธิ) นั้นด้วย เป็นอายตนะ (บ่อเกิด) แห่งความฉิบหายด้วย เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่าติตถายตนะ (ลัทธิเป็นบ่อเกิดแห่งความพินาศ).

อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าติตถายตนะ เพราะอรรถว่าเป็นอายตนะด้วยความหมายเป็นส่วนสัญชาติ และด้วยความหมายว่าเป็นที่อาศัยของพวกเดียรถีย์บ้าง.

ที่ชื่อว่าวิปริเยสัคคาหะ (การถือโดยวิปลาส) เพราะอรรถว่าเป็นการถือสภาวะที่ใคร่ครวญผิด หรือว่าเป็นการถือสภาวะโดยตรงกันข้าม. อธิบายว่า ถือเอาคลาดเคลื่อน.

เล่มที่ ๓๔ ธัมมสังคณี๑,๐๕๘

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “จิตดวงที่ ๑”