อนึ่ง ในขณะประกอบกรรมของบุคคลใด โลภะ โทสะและโมหะ แม้ทั้ง ๓ มีกำลังแรง อโลภะเป็นต้นมีกำลังอ่อน บุคคลนั้นเป็นผู้มักได้ตามนัยก่อนนั่นแหละด้วย เป็นผู้มักประทุษร้ายด้วย เป็นผู้ลุ่มหลงด้วย.
อนึ่ง ในขณะประกอบกรรมของบุคคลใด อโลภะ โทสะ โมหะมีกำลังแรง นอกนี้ (คือโลภะ อโทสะและอโมหะ) มีกำลังอ่อน บุคคลนั้นมีกิเลสน้อยโดยนัยก่อนนั่นแหละ เขาเห็นแม้อารมณ์อันเป็นทิพย์ก็ไม่หวั่นไหว แต่เป็นผู้มักประทุษร้ายและมีปัญญาทราม ดังนี้.
อนึ่ง ในขณะประกอบกรรมของบุคคลใด อโลภะ อโทสะและโมหะ มีกำลังแรง นอกนี้ (คือโลภะ โทสะและอโมหะ) มีกำลังอ่อน บุคคลนั้นเป็นคนไม่มักได้ เป็นคนมีความสุขเป็นปกติ แต่เป็นคนโง่เขลา.
อนึ่ง ในขณะที่ประกอบกรรมของบุคคลใด อโลภะ โทสะและอโมหะ มีกำลังแรง นอกนี้ (คือโลภะ อโทสะและโมหะ) มีกำลังอ่อน บุคคลนั้นเป็นผู้ไม่มักได้โดยนัยก่อนนั่นแหละด้วย มีปัญญาด้วย แต่เป็นคนมักประทุษร้าย มักโกรธ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที