ชาวโลก (พาลปุถุชน) จำก้อนเนื้อได้ว่าเป็นตาสีขาว ตาใหญ่ ตาบริสุทธิ์ ตากว้าง ย่อมไม่จำว่าเป็นจักขุ ย่อมจำซึ่งวัตถุโดยความเป็นจักษุ ตานั้นเป็นก้อนเนื้อตั้งอยู่เฉพาะในเบ้าตา อันสายเอ็นรัดไว้กับมันสมองในภายใน เป็นสีขาวก็มี เป็นสีดำก็มี เป็นสีแดงก็มี เป็นปฐวีก็มี เป็นอาโปก็มี เป็นเตโชก็มี เป็นวาโยก็มี. ตาใดมีสีขาว เพราะมากด้วยเสมหะ มีสีดำ เพราะมากด้วยน้ำดี มีสีแดง เพราะมากด้วยโลหิต มีความกระด้างเพราะมากด้วยปฐวี มีน้ำตาไหลออก เพราะมากด้วยอาโป มีความแห้งเกรียม เพราะมากด้วยเตโช มีความเคลื่อนไหวได้เพราะมากด้วยวาโย นี้ชื่อว่าสสัมภารจักษุ.
ส่วนปสาทรูปใด อาศัยมหาภูตรูป ๔ เหล่านี้ อยู่ในสสัมภารจักษุนี้ เนื่องเฉพาะในสสัมภารจักษุนี้ รูปนี้ชื่อว่าปสาทจักขุ. จักขุประสาทนี้ตั้งอยู่ซึมซาบตลอดเยื่อตา ๗ ชั้น เหมือนน้ำมันที่ลาดลงที่ปุยนุ่น ๗ ชั้น ในแววตา (มณฑล) ที่เห็นรูปเป็นเช่นกับถิ่นที่เกิดขึ้นแห่งสรีรสัณฐานของบุคคลทั้งหลาย ผู้ยืนอยู่ตรงหน้าในท่ามกลางแห่งแววตาสีดำ แวดล้อมด้วยแววตา (มณฑล) สีขาวแห่งสสัมภารจักษุนั้น มีอุปการะอันธาตุทั้ง ๔ อุปการะด้วยกิจมีการให้ทรงไว้ ให้ชุ่มอยู่ ให้อบอุ่น ให้เคลื่อนไหวไปมาได้.
เปรียบเหมือนแม่นม ๔ คน ทำหน้าที่เลี้ยงดูอุ้มชู ให้ทรงสนาน ให้การประดับตกแต่งพระองค์และให้อยู่งานคอยพัดวีฉะนั้น อันอุตุ จิตและอาหารอุปถัมภ์อยู่ อันอายุคือชีวิตินทรีย์คอยเฝ้าอนุบาล แวดล้อมด้วยโคจรรูปมีวรรณะ คันธะและรสะเป็นต้น เมื่อว่าโดยประมาณ จักขุประสาทนี้มีประมาณเท่าหัวเล็น ให้สำเร็จความเป็นไปแห่งวัตถุและทวาร ๖- ของจิตทั้งหลายมีจักขุวิญญาณเป็นต้น ๗- ตั้งอยู่ตามควร. ๘- ____________________________ ๖- วัตถุ หมายถึงที่เป็นที่อาศัยของจักขุวิญญาณ. ๗- คือมีจักขุวิญญาณและสัมปฎิจฉันนจิตเป็นต้น มีตทารัมมณะเป็นที่สุด. ๘- โยชนาว่า ตามควรแก่วัตถุและทวาร.
สมดังคำที่พระธรรมเสนาบดีสารีบุตร กล่าวไว้ว่า
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที