แต่พระอภิธรรม ชื่อว่านิปปริยายเทศนา เพราะฉะนั้น ในอภิธรรมนี้ จึงตรัสว่า ประสาทรูปอาศัยมหาภูตรูป ๔ ดังนี้.
สรีระก็ดี ขันธปัญจกะก็ดี ตรัสเรียกว่าอัตภาพ เพราะความที่สภาวะนี้คนพาลกำหนดยึดถือว่า นี้เป็นอัตภาพของเรา ธรรมที่นับเนื่องในอัตภาพ ธรรมที่อาศัยอัตภาพ เรียกว่านับเนื่องในอัตภาพ ที่ชื่อว่าเป็นสภาพที่เห็นไม่ได้ (อนิทสฺสโน) เพราะอรรถว่าไม่อาจเพื่อจะเห็นได้ด้วยจักขุวิญญาณ. ที่ชื่อว่ากระทบได้ เพราะอรรถว่าการกระทบ การเสียดสีย่อมเกิดในประสาทนี้.
ในคำทั้งหลายมีคำว่า ด้วยจักษุใด เป็นต้น มีเนื้อความโดยย่อดังต่อไปนี้.
สัตว์นี้เห็นรูปมีประการดังกล่าวแล้วนี้ในอดีต หรือว่ากำลังเห็นในปัจจุบัน หรือว่าจักเห็นในอนาคต ด้วยจักษุใดอันเป็นเหตุ ถ้าจักษุของสัตว์นั้นยังไม่พึงแตกทำลายไป ทีนั้นเขาก็พึงเห็นรูปที่มาสู่คลองได้ด้วยจักษุนั้น หรือเห็นแล้วซึ่งรูปอดีตด้วยจักษุอดีต ย่อมเห็นรูปปัจจุบันด้วยจักษุปัจจุบัน หรือจักเห็นรูปอนาคตด้วยจักษุที่เป็นอนาคต. ในอธิการนี้มีพระบาลีกำหนดไว้ว่า ถ้ารูปนั้นพึงมาสู่คลองแห่งจักษุไซร้ สัตว์นั้นก็พึงเห็นรูปนั้นได้ด้วยจักษุ ดังนี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที