อีกอย่างหนึ่ง ที่ชื่อว่านิภา เพราะอรรถว่าย่อมเปล่งแสง. อธิบายว่า ย่อมปรากฏแก่จักขุวิญญาณ แสงคือสี ชื่อว่าวัณณนิภา.

รูปที่ชื่อว่าสนิทัสสนะ (คือเป็นสิ่งที่เห็นได้) โดยเป็นไปพร้อมกับการเห็น. อธิบายว่า พึงเห็นด้วยจักขุวิญญาณ. รูปที่ชื่อว่าสัปปฏิฆะ (กระทบได้) โดยความเป็นไปพร้อมกับสิ่งที่กระทบถูกเข้า การยังความเสียดสีให้เกิด.

บรรดาสีมีสีเขียวครามเป็นต้น สีเขียวเหมือนดอกสามหาว สีเหลืองเหมือนดอกกรรณิการ์ สีแดงเหมือนดอกชบา สีขาวเหมือนดาวประกายพรึก สีดำเหมือนถ่านเผา สีหงสบาท แดงเรื่อเหมือนย่างทรายและดอกยี่โถ.

ก็ทองตรัสเรียกว่าหริ ดุจในคำนี้ว่า หริตจสามวณฺณกามํ สุมุข ปกฺกม (ดูก่อนสุมุขะผู้มีผิวพรรณงามดังทอง ท่านจงหนีไปตามปรารถนาเถิด) ดังนี้ ก็จริง ถึงอย่างนั้น ทองนั้นทรงถือเอาด้วยศัพท์ว่า ชาตรูปะ ข้างหน้า แต่ในนิทเทสนี้ ชื่อว่า หริ ได้แก่สีคล้ำ เพราะมิได้ทรงถือวัตถุทั้ง ๗ เหล่านี้ แสดงโดยสภาวะนั่นเอง.

เล่มที่ ๓๔ ธัมมสังคณี๑,๒๒๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “อุปาทาภาชนีย์”