บทว่า อาทาสมณฺฑลํ (กระจก) ได้แก่ สำเร็จด้วยสำริด. คำว่า แก้วมณี คือเว้นแก้วไพฑูรย์ ที่เหลือมีประเภทมิใช่น้อยมีแก้วมณีโชติรสเป็นต้น. คำว่า สังข์ ได้แก่สังข์เกิดขึ้นเอง (ธรรมชาติ) แก้วมุกดา ก็เกิดขึ้นเอง แม้แก้วไพฑูรย์ที่เหลือ.

บทว่า เวฬุริโย (แก้วไพฑูรย์) คือ แก้วมณีมีสีเหมือนไม้ไผ่.

วรรณะของพระศาสดา เรียกว่าชาตรูปะ (ทอง). จริงอยู่ พระศาสดามีวรรณะเหมือนทองคำ แม้วรรณะของทองคำ ก็เรียกว่าวรรณะพระศาสดา. กหาปณะคือโลหมาสก (มาสกทำด้วยโลหะ) ทารุมาสก (มาสกทำด้วยไม้) ชตุมาสก (มาสกทำด้วยยาง) เรียกว่ารชตะ (เงิน). โวหารแม้ทั้งหมดนั้น ท่านถือเอาในบทว่า รชตํ นี้.

ด้วยบทว่า ยํ วา ปนญฺญมฺปิ (หรือรูปแม้อื่นใด) นี้ เว้นรูปที่ตรัสไว้ในบาลี ทรงถือเอารูปที่เหลืออันต่างด้วยสีเสื่อลำแพน สีผ้าท่อนเก่า และสีช่อฟ้าเป็นต้น เพราะสีทั้งหมดนั้นรวมอยู่ในรูปที่เป็นเยวาปนกธรรมทั้งหลาย. รูปนี้แหละ แม้ต่างกันโดยประเภทมีสีเขียวเป็นต้น แต่รูปทั้งหมดนั้นก็มิได้แตกต่างกันโดยลักษณะเป็นต้น. ว่าโดยลักขณาทิจตุกะของรูป

เล่มที่ ๓๔ ธัมมสังคณี๑,๒๒๙

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “อุปาทาภาชนีย์”