อนึ่ง สเหตุกกุศลวิบากจิตตุปบาท ๘ ชื่อว่าธรรมมีอารมณ์เป็นปริตตะ เพราะปรารภปริตธรรมนั่นเองให้เป็นไปด้วยอำนาจตทารัมมณะ และด้วยอำนาจปฏิสนธิ ภวังค์และจุติ โดยนัยที่กล่าวในอเหตุกมโนวิญญาณธาตุที่เป็นกุศลวิบากและอกุศลวิบาก ๒ ดวงนั้นนั่นแหละ.

กิริยามโนธาตุ (๑) ชื่อว่าธรรมมีอารมณ์เป็นปริตตะ เพราะปรารภอารมณ์มีรูปเป็นต้นเป็นไปในทวาร ๕. อเหตุกกิริยามโนวิญญาณธาตุที่สหรคตด้วยโสมนัส (๑) ชื่อว่าธรรมมีอารมณ์เป็นปริตตะ เพราะปรารภธรรมมีรูปเป็นต้นที่เป็นกามาพจรนั่นแหละที่เป็นปัจจุบันในทวาร ๖ แม้ที่เป็นอดีตและอนาคต และกระทำอาการร่าเริงให้เป็นไปแก่พระขีณาสพทั้งในมโนทวาร.

จิตตุปบาท ๒๕ เหล่านี้ด้วยอาการอย่างนี้ พึงทราบว่ามีอารมณ์เป็นปริตตะ (กามอารมณ์) ส่วนเดียวเท่านั้น. ว่าด้วยธรรมมีอารมณ์เป็นมหัคคตะเป็นต้น

ธรรมคือวิญญาณัญจายตนะและเนวสัญญานาสัญญายตนะ ชื่อว่ามีอารมณ์เป็นมหัคคตะ เพราะปรารภสมาบัติเบื้องต่ำของตนๆ เป็นไป. ธรรมคือมรรคและผล ชื่อว่ามีอารมณ์เป็นอัปปมาณะ.

เล่มที่ ๓๔ ธัมมสังคณี๑,๔๙๘

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “ติกะ”