จิตตุปบาทที่เป็นญาณวิปปยุต ๘ คือ ที่เป็นกุศล ๔ เป็นกิริยา ๔ ชื่อว่าธรรมมีอารมณ์เป็นปริตตะ ในเวลาที่เสกขบุคคล ปุถุชนและพระขีณาสพปรารภกามาวจรธรรมในเวลาให้ทาน การพิจารณา การฟังธรรมโดยไม่เคารพเป็นต้นเป็นไป ชื่อว่ามีอารมณ์เป็นมหัคคตะ ในเวลาที่พิจารณาธรรมมีปฐมฌานเป็นต้นที่คล่องแคล่วยิ่ง ชื่อว่าเป็นนวัตตัพพารัมมณะ ในการพิจารณาปัญญัติมีกสิณและนิมิตเป็นต้น. จิตตุปบาทที่เป็นทิฏฐิคตสัมปยุตตจิต ๔ ดวงฝ่ายอกุศล ชื่อว่ามีอารมณ์เป็นปริตตะ ในเวลาที่ยินดีเพลิดเพลินด้วยความเห็นกามาวจรธรรม ๕๕ ดวงว่าเป็นสัตว์มีอัตตา ชื่อว่ามีอารมณ์เป็นมหัคคตะ ในเวลาปรารภมหัคคตธรรม ๒๗ ดวง เป็นไปโดยอาการเห็นผิดนั้นนั่นแหละ ชื่อว่ามีอารมณ์เป็นนวัตตัพพะ ในเวลาที่ที่ปรารภบัญญัติธรรมเป็นไป. จิตตุปบาทที่เป็นทิฏฐิวิปปยุต พึงทราบว่ามีอารมณ์เป็นปริตตะ มหัคคตะและนวัตตัพพะ ในเวลาปรารภธรรมเหล่านั้นนั่นแหละเป็นไปด้วยอำนาจความยินดีเพลิดเพลินอย่างเดียว. และจิตตุปบาทที่เป็นปฏิฆสัมปยุต พึงทราบว่า มีอารมณ์เป็นปริตตะ มหัคคตะและนวัตตัพพะ ในเวลาเป็นไปด้วยอำนาจโทมนัส. จิตตุปบาทที่สัมปยุตด้วยวิจิกิจฉา พึงทราบว่า มีอารมณ์เป็นปริตตะ มหัคคตะและนวัตตัพพะ เป็นไปด้วยอำนาจความไม่ตกลงใจ. จิตตุปบาทที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ก็พึงทราบว่า มีอารมณ์เป็นปริตตะ มหัคคตะและนวัตตัพพะ เป็นไปด้วยอำนาจความฟุ้งซ่าน คือด้วยอำนาจแห่งความไม่สงบ.
ก็บรรดาธรรมเหล่านั้น แม้ธรรมอย่างหนึ่ง ย่อมไม่อาจปรารภอัปปมาณธรรมให้เป็นไป เพราะฉะนั้น ธรรมเหล่านั้นจึงชื่อว่า น อปฺปมาณารมฺมณา (มีอารมณ์เป็นอัปปมาณะไม่ได้).
จิตตุปบาทสัมปยุตด้วยญาณ ๘ คือ ฝ่ายกุศล ๔ ฝ่ายกิริยา ๔ มีอารมณ์เป็นปริตตะ มหัคคตะ นวัตตัพพะ ในเวลาพระเสกขบุคคล ปุถุชนและพระขีณาสพปรารภธรรมมีประการตามที่กล่าวแล้วเป็นไปในการให้ทาน การพิจารณาและการฟังธรรมโดยเคารพเป็นต้น. จิตตุปบาทสัมปยุตด้วยญาณะ ๘ เหล่านั้น พึงทราบว่า เป็นธรรมมีอารมณ์เป็นอัปปมาณะในกาลแห่งโคตรภู และในกาลพิจารณาโลกุตรธรรม. ว่าด้วยจตุตถฌาน ๑๒ อย่าง
อนึ่ง รูปาวจรจตุตถฌานนี้ใด รูปาวจรจตุตถฌานนั้นฝ่ายกุศลก็ดี ฝ่ายกิริยาก็ดี มีอย่างละ ๑๒ อย่าง คือ
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที