ส่วนท่านสังยุตตภาณกาจารย์กล่าวถึงสันตติมี ๒ อย่าง คือรูปสันตติและอรูปสันตติ แล้วกล่าวว่า ระลอกน้ำที่บุคคลเดินข้ามน้ำลุยไปยังฝั่ง ยังไม่ใสสนิทตราบใด เมื่อบุคคลมาจากทางไกล ความร้อนในกายยังไม่สงบไปตราบใด นี้ชื่อว่ารูปสันตติ (ความสืบต่อแห่งรูป) เมื่อบุคคลมาจากแดดเข้าไปสู่ห้อง ความมืดยังไม่ไปปราศตราบใด เมื่อบุคคลมนสิการกรรมฐานภายในห้อง เปิดหน้าต่างแลดูในเวลากลางวัน ความหวั่นไหวแห่งนัยน์ตา ยังไม่สงบตราบใด นี้ก็ชื่อว่ารูปสันตติ วาระแห่งชวนะ ๒-๓ ชื่อว่าอรูปสันตติ (ความสืบต่อแห่งนาม) แล้วกล่าวว่า สันตติแม้ทั้งสองนี้ ชื่อว่าปัจจุบัน.
ส่วนปัจจุบันที่กำหนดด้วยภพหนึ่ง ชื่อว่าอัทธาปัจจุบัน ในภัทเทกรัตตสูตร ๑- ท่านพระมหากัจจายนเถระหมายเอาอัทธาปัจจุบันที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า โย จาวุโส มโน เย จ ธมฺมา สมฺปยุตฺตา อุภยํ เมตํ ปจฺจุปฺปนฺนํ ตสฺมึ ปจฺจุปฺปนฺเน ฯปฯ ธมฺเมสุ สํหิรติ (ดูก่อนท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ถ้าบุคคลมีความรู้สึก ๒ มีวิญญาณ) เนื่องด้วยฉันทราคะในมโนและธรรมที่สัมปยุตกันทั้ง ๒ อย่าง ที่เป็นปัจจุบันนั้น เพราะความรู้สึกเนื่องด้วยฉันทราคะ บุคคลจึงเพลิดเพลินมโนและธรรมนั้น เมื่อเพลิดเพลินจึงชื่อว่าง่อนแง่นในธรรมที่เป็นปัจจุบัน ดังนี้.
ก็ในปัจจุบันที่เป็นสันตติและอัทธาเหล่านี้ สันตติปัจจุบันมาในอรรถกถาทั้งหลาย. อัทธาปัจจุบันมาแล้วในพระสูตร ในขณปัจจุบันเป็นต้นนั้น เกจิอาจารย์ทั้งหลายกล่าวว่า จิตที่เป็นขณปัจจุบันย่อมเป็นอารมณ์ของเจโตปริยญาณ ดังนี้.
เพราะเหตุไร?
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที