ถามว่า ชื่อว่าเป็นอันตรัสแล้วเหมือนกัน อย่างไร?
ตอบว่า ก็อากิญจัญญายตนะนี้ พึงมีอารมณ์อย่างเดียวกันกับธรรมชาติที่เป็นปุเรจาริกของอากิญจัญญายตนะนั้น ซึ่งเป็นไปด้วยอำนาจแห่งธรรมมีอาวัชชนะและอุปจาระเป็นต้น ธรรมนั้นแม้ทั้งหมด ตรัสว่า เป็นนวัตตัพพารัมมณะ คือเป็นธรรมมีอารมณ์พึงกล่าวไม่ได้ เพราะในอตีตารัมมณติกะ ทรงรับรองความที่จิตตุปบาทเหล่านี้ ซึ่งตรัสไว้อย่างนี้ว่า กามาวจรกุศล อกุศล กิริยาจิตตุปบาท ๙ ดวง จตุตถฌานที่เป็นรูปาวจร ดังนี้ เป็นนวัตตัพพารัมมณะ โดยนัยมีอาทิว่า ธรรมเหล่านี้ไม่พึงกล่าวว่า มีอารมณ์เป็นอดีต ดังนี้ และเพราะตรัสถึงความที่อากิญจัญญายตนะเป็นเพียงนวัตตัพพารัมมณะโดยส่วนเดียวอย่างนี้ว่า ธรรมเหล่านี้ คืออากิญจัญญายตนะ มรรค ๔ ที่เป็นโลกุตระและสามัญผลแม้ ๔ ไม่พึงกล่าวว่า เป็นอตีตารัมมณะ (คือไม่พึงกล่าวว่า เป็นธรรมมีอารมณ์เป็นอดีต) ดังนี้ก็มี.
บัดนี้ อากิญจัญญายตนะนั้นแม้พระองค์จะตรัสไว้อย่างเดียวในอัชฌัตตารัมมณติกะ แต่เพราะความที่กุศลมีกามาพจรเป็นต้น เป็นนวัตตัพพารัมมณะ (คือเป็นธรรมมีอารมณ์ไม่พึงกล่าว) จึงตรัสหมายถึงแม้ความเป็นอารมณ์อันเดียวกันกับอากิญจัญญายตนะนั้นในหนหลัง ฉะนั้น จึงแสดงความที่กุศลมีกามาวจรเป็นต้นเหล่านั้น เป็นนวัตตัพพารัมมณะแม้ในอัชฌัตตารัมมณติกะนี้.
จริงอยู่ ธรรมอะไรเล่าจะเป็นข้อขัดขวางในความที่กุศลมีกามาพจรเป็นต้น ที่จะเป็นอารมณ์อันเดียวกันกับอากิญจัญญายตนะนั้นเป็นนวัตตัพพารัมมณะ เมื่อตรัสถึงอากิญจัญญายตนะนั้นแล้วด้วยอาการอย่างนี้ ก็พึงทราบได้ว่า กุศลมีกามาพจรนั้นเป็นอันตรัสไว้แล้วเหมือนกัน ฉะนี้แล. คำที่เหลือในที่นี้โดยพระบาลีในอัชฌัตตารัมมณติกะมีเนื้อความตื้นทั้งนั้น. ว่าด้วยการจำแนกอารมณ์จิตตุปบาท
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที