อนึ่ง พึงทราบคัณฐโคจฉกะ โอฆโคจฉกะ โยคโคจฉกะและนีวรณโคจฉกะ ด้วยสามารถแห่งทุกะ ๖ มีคัณฐะ โอฆะ โยคะและนีวรณทุกะเป็นต้น. พึงทราบปรามาสโคจฉกะ ด้วยสามารถแห่งทุกะ ๕ มีปรามาสทุกะเป็นต้น. ต่อจากนั้น ทุกะ ๑๔ มีคำเป็นต้นว่า สารมฺมณา ธมฺมา ชื่อว่ามหันตรทุกะ จากนั้นทุกะ ๘ มีกิเลสทุกะเป็นต้น ชื่อว่ากิเลสทุกะ. ต่อจากนั้น ทุกะ ๑๘ มี ทสฺสเนน ปหาตพฺพเหตุกา เป็นต้น ชื่อว่าปิฏฐิทุกะ เพราะท่านตั้งไว้ในที่สุดแห่งอภิธรรมมาติกา.

ส่วนทุกะ ๔๒ มีคำว่า วิชฺชาภาคิโน ธมฺมา อวิชฺชาภาคิโน ธมฺมา เป็นต้น ชื่อว่าสุตตันตทุกะ ติกะและทุกะเหล่านี้แม้ทั้งหมด พึงทราบว่าท่านกำหนดไว้ ๑๕ ปริจเฉท ดังพรรณนามาฉะนี้. ว่าด้วยสัปปเทสะและนิปปเทสะ

ก็ติกะและทุกะเหล่านี้ ท่านกำหนดไว้อย่างนี้แล้วยังแยกออกเป็น ๒ โกฏฐาส คือสัปปเทสะ (แสดงไว้ไม่หมด) และนิปปเทสะ (แสดงโดยสิ้นเชิง) เท่านั้น.

จริงอยู่ บรรดาส่วนทั้ง ๒ นั้น ติกะ ๙ และทุกะ ๗๑ ชื่อว่าสัปปเทสะ เพราะท่านกำหนดรูปธรรมและอรูปธรรมไว้ยังไม่หมด. ติกะ ๑๓ ที่เหลือ และทุกะ ๗๑ ชื่อว่า นิปปเทสะ. บรรดาธรรมทั้ง ๒ นั้น ติกะ ๙ เหล่านี้ คือ เวทนาติกะ วิตักกติกะ ปีติติกะ อุปปันนติกะ อตีตติกะและอารัมมณติกะ ๔ ชื่อว่าสัปปเทสะ.

เล่มที่ ๓๔ ธัมมสังคณี๒๐๔

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “ติกมาติกา ๒๒ ติกะ”