ในเหตุโคจฉกะนั้น ทุกะสุดท้ายว่า น เหตู โข ปน ธมฺมา สเหตุกาปิ อเหตุกาปิ นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสวางบทที่สองแห่งทุกะแรกไว้ในเบื้องต้น ฉันใด ในอาสวโคจฉกะนี้ไม่ตรัสบทสุดท้ายว่า โน อาสวา โข ปน ธมฺมา สาสวาปิ อนาสวาปิ ฉันนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ตรัสไว้ก็จริง ถึงอย่างนั้นก็พึงทราบเนื้อความนี้และความแตกต่างกัน โดยนัยที่ตรัสไว้ในเหตุโคจฉกะนั้น. ว่าด้วยสัญโญชนโคจฉกะ

พึงทราบวินิจฉัยในสัญโญชนโคจฉกธรรม ต่อไป

ธรรมที่ชื่อว่าสัญโญชน์ เพราะอรรถว่า ย่อมประกอบ คือผูกพันบุคคลผู้มีสัญโญชน์ไว้ในวัฏฏะ. ธรรมนอกจากนั้นไม่ชื่อว่าสัญโญชน์. ธรรมที่ชื่อว่าสัญโญชนิยะ เพราะอรรถว่า เข้าถึงความเป็นอารมณ์เกื้อกูลแก่สัญโญชน์ทั้งหลายด้วยความเกี่ยวข้องกับสัญโญชน์. คำว่า สัญโญชนิยะนี้เป็นชื่อของธรรมที่เป็นอารัมมณปัจจัยของสัญโญชน์. ธรรมที่ไม่ใช่สัญโญชนิยะ ชื่อว่าอสัญโญชนิยธรรม.

คำที่เหลือพึงประกอบความโดยนัยที่กล่าวแล้วในโคจฉกะนั้นแล. ว่าด้วยคัณฐโคจฉกะ

เล่มที่ ๓๔ ธัมมสังคณี๒๙๖

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “สัญโญชนโคจฉกะ”