ความเป็นผู้ฉลาดในธาตุ ๑๘ อย่าง ชื่อว่า ธาตุกุสลตา. ความเป็นผู้ฉลาดในการมนสิการธาตุเหล่านั้นนั่นแหละ ชื่อว่า มนสิการกุสลตา. ความเป็นผู้ฉลาดในปฏิจจสมุปบาทมีองค์ ๑๒ ชื่อว่า ปฏิจจสมุปปาทกุสลตา. ความเป็นผู้ฉลาดในฐานะนั้นๆ ชื่อว่า ฐานกุสลตา. เหตุ ตรัสเรียกว่า ฐานะ. จริงอยู่ ผล ชื่อว่าย่อมตั้งอยู่ เพราะอาศัยฐานะนั้นเป็นไปแล้ว เพราะฉะนั้น ตรัสเรียกเหตุว่า ฐานะ. ความเป็นผู้ฉลาดในอฐานะทั้งหลาย ชื่อว่าอฐานกุสลตา.

ความเป็นผู้ซื่อตรง ชื่อว่าอาชชวะ. ความเป็นผู้อ่อนโยน ชื่อว่ามัททวะ. ความเป็นผู้อดทนกล่าวคือความอดกลั้น ชื่อว่าขันติ. ความเป็นผู้ยินดีร่าเริง ชื่อว่าโสรัจจะ. ความเป็นผู้มีวาจาอ่อนหวาน คือความบันเทิงใจและความอ่อนโยน ชื่อว่าสาขัลยะ. การปฏิสันถารด้วยธรรมและอามิสทั้งหลายโดยไม่ให้มีโทษของตนกับผู้อื่น ชื่อว่าปฏิสันถาร. ความเป็นผู้ไม่คุ้มครองทวารในอินทรีย์ทั้งหลายมีใจเป็นที่ ๖ คือความเป็นผู้ทำลายอินทรีย์สังวร ชื่อว่า อินฺทฺริเยสุ อคุตฺตทฺวารตา. ความเป็นผู้ไม่รู้จักประมาณในโภชนะด้วยอำนาจแห่งการรับและการบริโภค ชื่อว่า โภชเน อมตฺตฺญุตา. พึงทราบหมวด ๒ ในระหว่าง ด้วยสามารถการปฏิเสธคำที่กล่าวแล้ว. ความเป็นแห่งบุคคลผู้หลงลืมสติ คือการอยู่ปราศจากสติ ชื่อว่ามุฏฐสัจจะ. ความเป็นผู้ไม่รู้สึกตัว ชื่อว่าอสัมปชัญญะ.

ธรรมที่ชื่อว่าสติ เพราะระลึกได้ ชื่อว่าปัญญา เพราะรู้ทั่ว. พละกล่าวคือการพิจารณาสิ่งที่ยังไม่พิจารณา ชื่อว่าปฏิสังขานพละ เพราะอรรถว่าไม่หวั่นไหว. พละที่เกิดขึ้นแก่ผู้เจริญโพชฌงค์ ๗ โดยวิริยะเป็นประธาน ชื่อว่าภาวนาพละ. ธรรมที่ชื่อว่าสมถะ เพราะยังธรรมอันเป็นข้าศึกให้สงบ. ชื่อว่าวิปัสสนา เพราะเห็นโดยอาการต่างๆ ด้วยอำนาจแห่งความไม่เที่ยงเป็นต้น. สมถะนั่นแหละชื่อว่าสมถนิมิต ด้วยสามารถแห่งนิมิตแห่งสมถะแรกที่พระโยคาวจรถือเอาอาการนั้นแล้วให้เป็นไปอีก. แม้ในปัคคาหนิมิต ก็นัยนี้เหมือนกัน.

ธรรมที่ชื่อว่าปัคคาหะ เพราะประคองสัมปยุตตธรรมไว้. ชื่อว่าอวิกเขปะ เพราะไม่ซัดส่าย. ความวิบัติแห่งศีลคือความไม่สำรวมอันยังศีลให้พินาศ ชื่อว่าสีลวิบัติ. ความวิบัติแห่งทิฏฐิ คือมิจฉาทิฏฐิอันยังสัมมาทิฏฐิให้พินาศ ชื่อว่าทิฏฐิวิบัติ. การถึงพร้อมด้วยศีล ชื่อว่าสีลสัมปทา เพราะยังความยินดีร่าเริงให้ถึงพร้อมด้วยศีล คือให้บริบูรณ์ด้วยศีลนั่นแหละ. ญาณอันบริบูรณ์ด้วยทิฏฐิ เป็นการถึงพร้อมด้วยทิฏฐิ ชื่อว่าทิฏฐิสัมปทา. ความหมดจดแห่งศีล กล่าวคือศีลที่ถึงความเป็นวิสุทธิ ชื่อว่าสีลวิสุทธิ. ชื่อว่าทิฏฐิวิสุทธิ เพราะสามารถเพื่อบรรลุวิสุทธิคือพระนิพพาน เป็นการหมดจดแห่งทิฏฐิกล่าวคือการเห็น. ข้อว่า ทิฏฺฐิวิสุทฺธิ โข ปน และ ยถา ทิฏฺฐิสฺส จ ปธานํ ได้แก่ ทิฏฐิวิสุทธิกล่าวคือกัมมัสสกตาญาณเป็นต้น และความเพียรอันสัมปยุตด้วยทิฏฐิวิสุทธินั้นนั่นแหละของบุคคลผู้มีความเห็นถูกต้อง มีความเห็นอันเหมาะสม มีความเห็นอันดี.

เล่มที่ ๓๔ ธัมมสังคณี๓๐๘

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “สัญโญชนโคจฉกะ”