คำพูดที่ท่านกล่าวอยู่กระทำให้มีเหตุโดยพิสดารอย่างนี้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรมใดย่อมปรุงแต่ง เพราะฉะนั้น ธรรมนั้นจึงเรียกว่า สังขาร ดังนี้ ชื่อว่านิรุตติ. คลองแห่งนิรุตติธรรมทั้งหลาย เรียกว่านิรุตติปถธรรม. ธรรมที่ชื่อว่าปัญญัตติ เพราะการแจ้งให้ทราบโดยประการนั้นๆ อย่างนี้ว่า ตกฺโก (การตรึก) วิตกฺโก (วิตก) สํกปฺโป (ความดำริ). ทางแห่งบัญญัตติทั้งหลายเรียกว่า ปัญญัตติปถธรรม ในที่นี้แม้จะกล่าวทุกะหนึ่ง ก็พึงทราบประโยชน์ในถ้อยคำโดยนัยที่กล่าวแล้ว ในเหตุโคจฉกะนั่นแหละ. ว่าด้วยนามรูปทุกะ

พึงทราบวินิจฉัยในหมวด ๒ แห่งนามรูปต่อไป

ธรรมที่ชื่อว่านาม เพราะอรรถว่า การตั้งชื่อ หรือเพราะอรรถว่า น้อมไป หรือว่าเพราะอรรถว่าการให้น้อมไป. ธรรมที่ชื่อว่ารูป เพราะอรรถว่า แตกสลายไป. ในสุตตันติกทุกะนี้มีสังเขปเพียงนี้. ส่วนความพิสดาร นามธรรมจักแจ่มแจ้งในนิกเขปกัณฑ์.

ความไม่รู้ในสัจจะทั้งหลายมีทุกขสัจจะเป็นต้น ชื่อว่าอวิชชา ความปรารถนาในภวะ ชื่อว่าภวตัณหา. สัสสตะ (เที่ยง) ท่านเรียกว่าภวะ ในบทว่า ภวทิฏฺฐิ ดังนี้ คือทิฏฐิอันเกิดขึ้นด้วยสามารถแห่งความเห็นว่าเที่ยง. ความขาดสูญ ท่านเรียกว่าวิภวะ ในบทว่า วิภวทิฏฺฐิ ดังนี้ คือ ทิฏฐิอันเกิดขึ้นด้วยสามารถแห่งความขาดสูญ. ทิฏฐิที่เป็นไปว่า อัตตาและโลกเที่ยง ชื่อว่าสัสสตทิฏฐิ. ทิฏฐิที่เป็นไปว่า อัตตาและโลกขาดสูญ ดังนี้ ชื่อว่าอุจเฉททิฏฐิ. ทิฏฐิที่เป็นไปว่า อัตตาและโลกมีที่สุด ดังนี้ ชื่อว่าอันตวาทิฏฐิ. ทิฏฐิที่เป็นไปว่า อัตตาและโลกไม่มีที่สิ้นสุด ดังนี้ ชื่อว่าอนันตวาทิฏฐิ. ทิฏฐิที่คล้อยตามขันธ์ส่วนอดีต ชื่อว่าปุพพันตานุทิฏฐิ. ทิฏฐิที่คล้อยตามขันธ์ส่วนอนาคต ชื่อว่าอปรันตานุทิฏฐิ.

เล่มที่ ๓๔ ธัมมสังคณี๓๒๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “คันถโคจฉกะ”