ธรรมที่ชื่อว่าจิต เพราะอรรถว่าคิด. อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าจิต เพราะอรรถว่าวิจิตร. ธรรมที่ประกอบจิตโดยไม่พรากจากกัน ชื่อว่าเจตสิก. ธรรมที่เกี่ยวข้องกับจิตตั้งแต่เกิดจนแตกดับ โดยการเข้าไปประกอบกันเป็นนิตย์ ชื่อว่าจิตตสังสัฏฐะ. ธรรมแม้เมื่อเป็นไปพร้อมกับจิต แต่ไม่เกี่ยวข้องกับจิต เพราะการไม่เข้าไปประกอบกันเป็นนิตย์ ชื่อว่าวิสังสัฏฐะ.

จิตเป็นสมุฏฐานของธรรมเหล่านั้น เพราะเหตุนั้น ธรรมเหล่านั้นจึงชื่อว่าจิตตสมุฏฐาน. ธรรมที่เกิดพร้อมกัน ชื่อว่าสหภู. ธรรมที่เกิดพร้อมกับจิต ชื่อว่าจิตตสหภู. ธรรมที่คล้อยตามกันไป ชื่อว่าอนุปริวัตติ คล้อยตามอะไร คล้อยตามจิต การคล้อยไปตามจิต ชื่อว่า จิตตานุปริวัตติธรรม.

ธรรมเหล่านั้นชื่อว่าจิตตสังสัฏฐสมุฏฐาน เพราะระคนด้วยจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐาน. ธรรมที่ชื่อว่าจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานสหภู เพราะระคนด้วยจิต มีจิตเป็นสมุฏฐาน และเกิดพร้อมกับจิต. ธรรมที่ชื่อว่าจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานานุปริวัตติ เพราะระคนด้วยจิต มีจิตเป็นสมุฏฐาน และคล้อยตามจิต.

บททั้งหมดที่เหลือพึงทราบโดยการปฏิเสธบทที่กล่าวแล้ว.

เล่มที่ ๓๔ ธัมมสังคณี๔๓๓

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “อุปาทานโคจฉกะ”