บัดนี้ พึงทราบวินิจฉัยในคำว่า ยสฺมึ สมเย กามาวจรํ กุสลํ จิตฺตํ ต่อไป. ว่าด้วยสมยศัพท์
สมเย นิทฺทิสิ จิตฺตํ จิตฺเตน สมยํ มุนิ นิยเมตฺวาน ทีเปตุํ ธมฺเม ตตฺถ ปเภทโต พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เป็นมุนี ทรงแสดงจิตในสมัย เพื่อกำหนดสมัยด้วยจิตแล้วแสดงธรรมทั้งหลาย โดยประเภทในสมัยนั้น.
จริงอยู่ พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อทรงแสดงว่า ในสมัยใด กามาวจรกุศลจิตเป็นต้น ก็ทรงแสดงจิตในสมัย เพราะเหตุไร เพราะทรงกำหนดสมัยอย่างนี้ว่า ตสฺมึ สมเย ในกาลเป็นที่สุดด้วยจิตที่กำหนดสมัยนั้น ลำดับนั้นเพื่อให้ตรัสรู้ธรรมทั้งหลายมีผัสสะและเวทนาเป็นต้น ซึ่งเป็นประเภทที่ตรัสรู้ตามได้ยาก ด้วยสามารถแห่งฆนะโดยสันติ สมูหะ กิจ อารมณ์เหล่านั้นในสมัยที่ ทรงกำหนดจิตนั้นอย่างนี้ว่า แม้เมื่อมีสมัยต่างกัน ถ้าสมัยใดมีจิต สมัยนั้นนั่นแหละ ผัสสะก็มี เวทนาก็มี.
บัดนี้ พึงทราบการพรรณนาตามบทในคำวินิจฉัยว่า ยสฺมึ สมเย เป็นต้นนี้ ต่อไป.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที