พึงทราบวินิจฉัยในคำว่า อุปฺปนฺนํ โหติ นี้ ต่อไป.

ธรรมที่ชื่อว่าอุปปันนะ มีประเภทหลายอย่างด้วยสามารถแห่งวัตตมานอุปปันนะ ภูตาปคตอุปปันนะ โอกาสกตอุปปันนะและภูมิลัทธอุปปันนะ.

บรรดาวัตตมานอุปปันนะเป็นต้นเหล่านั้น ธรรมชาติแม้ทั้งหมดกล่าวคือความพรั่งพร้อมด้วยความเกิดขึ้น ความแก่ และความดับ ชื่อว่าวัตตมานอุปปันนะ กุศลและอกุศลที่เสวยรสแห่งอารมณ์แล้วดับไป กล่าวคือเสวยแล้วก็ดับด้วย กุศลและอกุศลที่เข้าถึงหมวด ๓ มีอุปปาทขณะเป็นต้นแล้ว ก็ดับกล่าวคือเกิดแล้วก็ดับด้วย กุศลและอกุศลที่ปัจจัยปรุงแต่งที่เหลือด้วยชื่อว่า ภูตาปคตอุปปันนะ กรรมที่ตรัสไว้โดยนัยเป็นต้นว่า กรรมทั้งหลายเหล่านี้ใดที่กระทำไว้แล้วในกาลก่อน ดังนี้ แม้เป็นอดีต และเพราะห้ามวิบากอื่นที่มีอยู่แล้ว ให้โอกาสแก่วิบากของตน และวิบากที่มีโอกาสอันกระทำแล้ว อย่างนั้น มีอยู่แม้ยังไม่เกิดขึ้น แต่จะต้องเกิดขึ้นแน่นอนเพราะโอกาสทำแล้วอย่างนั้น ชื่อว่าโอกาสกตอุปปันนะ อกุศลที่ยังไม่ได้ถอนขึ้นในภูมิทั้งหลายนั้นๆ ชื่อว่า ภูมิลัทธอุปปันนะ บัณฑิตพึงทราบความต่างกันแห่งภูมิ และภูมิลัทธะ ในคำว่า ภูมิลัทธอุปปันนะ ต่อไป. ขันธ์ ๕ เป็นไปในภูมิ ๓ เป็นอารมณ์ของวิปัสสนา ชื่อว่าภูมิ การเกิดขึ้นแห่งกิเลสอันควรแก่การเกิดขึ้นในขันธ์เหล่านั้น ชื่อว่า ภูมิลัทธะ (มีภูมิอันได้แล้ว) จริงอยู่ ภูมิเหล่านั้น ชื่อว่า อันกิเลสนั้นได้แล้ว เพราะฉะนั้น ท่านจึงเรียกว่า ภูมิลัทธะ (มีภูมิอันได้แล้ว) บรรดาอุปปันนะ ๔ ตามที่กล่าวมาอย่างนี้ ในคำว่า อุปฺปนฺนํ โหติ นี้ ท่านประสงค์เอาวัตตมานอุปปันนะ. ว่าด้วยอุปปันนศัพท์

พึงทราบคำจำกัดความในคำว่า อุปฺปนฺนํ โหติ ต่อไป.

เล่มที่ ๓๔ ธัมมสังคณี๕๓๔

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “บทภาชนีย์”