ตอบว่า ทวารแห่งกายกรรม ทวารแห่งวจีกรรม ทวารแห่งมโนกรรม.

ในทวารแห่งกายกรรมนั้น กายมี ๔ อย่าง คือ อุปาทินนกกาย (กายที่มีใจครอง) ๑ อาหารสมุฏฐานกาย ๑ อุตุสมุฏฐานกาย ๑ จิตตสมุฏฐานกาย ๑. บรรดากาย ๔ เหล่านั้น รูปที่มีกรรมเป็นสมุฏฐาน ๘ คือ มีจักขายตนะเป็นต้น ๑- มีชีวิตินทรีย์เป็นที่สุดก็ดี รูป ๘ คือ ธาตุ ๔ วรรณะ คันธะ รสะ โอชา ที่มีกรรมเป็นสมุฏฐานก็ดี ชื่อว่าอุปาทินนกกาย.

รูป ๘ เหล่านั้นนั่นแหละเกิดแต่อาหาร ชื่อว่าอาหารสมุฏฐานิกกาย รูป ๘ เกิดแต่อุตุ ชื่อว่าอุตุสมุฏฐานิกกาย. รูป ๘ เกิดแต่จิต ชื่อว่าจิตตสมุฏฐานิกกาย. ____________________________ ๑- จักขุโสตฆานชิวหากายอิตถิปุริสชีวิตินทรียรูป.

ในบรรดาอุปาทินนกายเป็นต้นเหล่านั้น คำว่า ทวารแห่งกายกรรม มิได้เป็นชื่อของอุปาทินนกกาย มิได้เป็นชื่อของกายนอกนี้ แต่ในรูป ๘ มีจิตเป็นสมุฏฐาน มีวิญญัติรูปหนึ่ง รูปนี้ ชื่อว่าทวารแห่งกายกรรม ตามที่ท่านกล่าวไว้ว่า รูปที่ชื่อว่ากายวิญญัติ นั้นเป็นไฉน? ความเคร่งตึง ความเคร่งตึงด้วยดี กิริยาที่เคร่งตึงด้วยดี การเคลื่อนไหวกายให้รู้ความหมาย กิริยาที่แสดงให้รู้ความหมาย ภาวะที่ให้ผู้อื่นรู้ความหมายของกายของผู้มีจิตเป็นกุศล หรือผู้มีจิตเป็นอกุศล หรือมีจิตเป็นอัพยากตะ หรือผู้ก้าวไปข้างหน้า หรือถอยกลับ หรือแลดูข้างหน้า หรือเหลียวดูซ้ายขวา หรือเหยียด หรือคู้แขน อันใด รูปนี้นั้น เรียกว่ากายวิญญัติ.

เล่มที่ ๓๔ ธัมมสังคณี๕๗๒

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “บทภาชนีย์”