จริงอยู่ ในเวลาบุคคลผู้ยินดีร่าเริง กล่าวเรื่องมีการลักพานางสีดาและภารตยุทธ์เป็นต้น เมื่อบุคคลเหล่าอื่นกำลังให้สาธุการ มีการยกขึ้นซึ่งแผ่นผ้าเป็นต้น สัมผัปปลาปะนั้นย่อมเป็นสุขเวทนา. ครั้นเมื่อบุคคลคนหนึ่งให้สินจ้างไว้ก่อน แต่มาภายหลังคนอื่นพูดว่า ขอท่านจงกล่าวเรื่องตั้งแต่ต้น ดังนี้ ในเวลาที่กำลังเล่าเรื่อง โทมนัสเกิดขึ้นด้วยคิดว่า เราจักกล่าวกถาเบ็ดเตล็ดไม่สืบต่อกันหรือไม่หนอ ดังนี้ ย่อมเป็นทุกขเวทนา. เมื่อเขากล่าวกถาเฉยๆ ย่อมเป็นอทุกขมสุขเวทนา. อภิชฌามีเวทนา ๒ ด้วยสามารถแห่งสุขเวทนาและอุเบกขาเวทนา. มิจฉาทิฏฐิก็มี ๒ เหมือนอภิชฌา. พยาบาทเป็นทุกขเวทนา.
คำว่า โดยมูล คือ ปาณาติบาตมี ๒ มูลด้วยสามารถแห่งโทสมูลและโมหมูล. อทินนาทานก็มี ๒ มูล คือด้วยอำนาจแห่งโทสะกับโมหะ หรือว่าด้วยอำนาจแห่งโลภะกับโมหะ. มิจฉาจารก็มีมูล ๒ คือด้วยอำนาจแห่งโลภะและโมหะนั่นแหละ มุสาวาทมี ๒ มูลด้วยสามารถแห่งโทสะกับโมหะ หรือโลภะกับโมหะ. ปิสุณาวาจาและสัมผัปปลาปะก็มี ๒ เหมือนกัน. ผรุสวาจามี ๒ มูลด้วยสามารถแห่งโทสะและโมหะ อภิชฌามีมูลเดียวด้วยสามารถแห่งโมหะ พยาบาทก็มีมูลเดียวเหมือนกัน มิจฉาทิฏฐิมี ๒ มูลด้วยอำนาจแห่งโลภมูลและโมหมูลแล. จบกถาว่าด้วยอกุศลกรรมบถ.
กถาว่าด้วยกุศลกรรมบถ ๑๐
ธรรม ๑๐ อย่างเหล่านี้ คือ การงดเว้นจากปาณาติบาตเป็นต้น (มี ๗ อย่าง) อนภิชฌา อัพยาบาทและสัมมาทิฏฐิ ชื่อว่ากุศลกรรมบถ. บรรดากุศลกรรมบถ ๑๐ เหล่านั้น ปาณาติบาตเป็นต้นมีเนื้อความตามที่กล่าวไว้แล้วนั่นแหละ ธรรมที่ชื่อว่าวิรัติ (วิรติ) เพราะอรรถว่าเป็นเครื่องงดเว้นจากปาณาติบาตเป็นต้นด้วยธรรมนี้ หรือว่าเป็นตัวงดเว้น หรือว่า ธรรมนี้เป็นเพียงการงดเว้นเท่านั้น. การงดเว้นของบุคคลผู้งดเว้นจากปาณาติบาต สัมปยุตด้วยกุศลจิต ตามที่ตรัสไว้อย่างนี้ว่า การงด การเว้นจากปาณาติบาต อันใด มีในสมัยนั้น ดังนี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที