ธรรมมีศรัทธาพละเป็นต้นมีเนื้อความตามกล่าวไว้แม้ใน ศรัทธาพละนั่นแหละ แต่ว่าพึงทราบว่าพละเพราะอรรถว่าไม่หวั่นไหว. บรรดาธรรมเหล่านั้น ธรรมที่ชื่อว่าศรัทธาพละ เพราะไม่หวั่นไหวไปในความเป็นผู้ไม่มีศรัทธา. ชื่อว่าวิริยพละ เพราะไม่หวั่นไหวไปในความเกียจคร้าน. ชื่อว่าสติพละ เพราะไม่หวั่นไหวไปในความหลงลืมสติ. ชื่อว่าสมาธิพละ เพราะไม่หวั่นไหวไปในความฟุ้งซ่าน. ชื่อว่าปัญญาพละ เพราะไม่หวั่นไหวไปในอวิชชา. ชื่อว่าหิริพละ เพราะไม่หวั่นไหวไปในอหิริกะ. ชื่อว่าโอตตัปปพละ เพราะไม่หวั่นไหวไปในอโนตตัปปะ นี้เป็นการพรรณนาเนื้อความด้วยอำนาจบททั้งสอง ด้วยประการฉะนี้.

บรรดาพละ ๗ เหล่านั้น พละ ๕ เบื้องต้นข้าพเจ้าประกาศแล้วโดยลักษณะเป็นต้นนั่นแหละ พละ ๒ บทหลัง มีคำอธิบายว่า ธรรมที่ชื่อว่าหิริ เพราะละอายแต่กายทุจริตเป็นต้น คำว่า หิรินี้เป็นชื่อของความละอาย ชื่อว่าโอตตัปปะ เพราะความเกรงกลัวแต่กายทุจริตเป็นต้นเหล่านั้น เหมือนกัน คำว่าโอตตัปปะนี้เป็นชื่อของความเกรงกลัวต่อบาป. เพื่อการแสดงความต่างกันแห่งหิริและโอตตัปปะทั้ง ๒ นั้น ท่านจึงเริ่มตั้งมาติกา (แม่บท) นี้ว่า สมุฏฺฐานํ อธิปติลชฺชาภยลกฺขเณน วา (สมุฏฐาน อธิบดี ลัชชาภัยและลักษณะ) ดังนี้.

ว่าโดยสมุฏฐานเป็นต้น ชื่อว่าหิริ เพราะมีเหตุภายในเป็นสมุฏฐาน. ชื่อว่าโอตตัปปะ เพราะมีเหตุภายนอกเป็นสมุฏฐาน. ชื่อว่าหิริ เพราะมีอัตตาเป็นอธิบดี ชื่อว่าโอตตัปปะ เพราะมีโลกเป็นอธิบดี. ชื่อว่าหิริ เพราะตั้งอยู่โดยสภาพแห่งความละอาย. ชื่อว่าโอตตัปปะ เพราะตั้งอยู่โดยสภาพแห่งความกลัว. ชื่อว่าหิริ เพราะมีความเคารพเชื่อฟังเป็นลักษณะ ชื่อว่าโอตตัปปะ เพราะมีความกลัวโทษและเห็นภัยเป็นลักษณะ บรรดาหิริและโอตตัปปะเหล่านั้น บุคคลย่อมให้หิริอันมีเหตุภายในเป็นสมุฏฐานด้วยเหตุ ๔ คือ พิจารณาถึงชาติ พิจารณาถึงวัย พิจารณาถึงความเป็นผู้กล้า พิจารณาถึงความเป็นพหูสูต.

ถามว่า พิจารณาอย่างไร?

เล่มที่ ๓๔ ธัมมสังคณี๖๖๔

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “บทภาชนีย์”