ตอบว่า เบื้องต้นบุคคลพิจารณาถึงชาติอย่างนี้ว่า ขึ้นชื่อว่าการกระทำความชั่วนี้ไม่ใช่การงานของบุคคลสมบูรณ์ด้วยชาติ การงานนี้เป็นของบุคคลผู้มีชาติมีพวกประมงเป็นต้น การงานนี้ไม่สมควรแก่บุคคลผู้สมบูรณ์ด้วยชาติเช่นดังเรา แล้วไม่ทำปาณาติบาตเป็นต้น ชื่อว่ายังหิริให้ตั้งขึ้น.

อนึ่ง บุคคลผู้พิจารณาถึงวัยอย่างนี้ว่า ขึ้นชื่อว่าการทำบาปนี้เป็นการกระทำอันคนหนุ่มทั้งหลายพึงกระทำ การทำนี้ไม่สมควรแก่ผู้ดำรงอยู่ในวัยเช่นอย่างเรา แล้วไม่ทำปาณาติบาตเป็นต้น ชื่อว่าย่อมยังหิริให้ตั้งขึ้น.

อนึ่ง บุคคลพิจารณาถึงความเป็นผู้กล้าอย่างนี้ว่า ขึ้นชื่อว่าการทำบาปนี้เป็นการทำของบุคคลผู้มีชาติอ่อนแอ การทำนี้ไม่สมควรแก่บุคคลผู้สมบูรณ์ด้วยความกล้าเช่นเรา แล้วไม่ทำปาณาติบาตเป็นต้น ชื่อว่าย่อมยังหิริให้ตั้งขึ้น.

อนึ่ง บุคคลพิจารณาถึงความเป็นพหูสูตอย่างนี้ว่า ขึ้นชื่อว่าการทำบาปนี้เป็นการกระทำของบุคคลอันธพาลไม่ใช่ของบัณฑิต การทำนี้ไม่สมควรแก่บุคคลผู้เป็นพหูสูตผู้เป็นบัณฑิตเช่นกับเราแล้วไม่ทำบาป ชื่อว่าย่อมยังหิริให้ตั้งขึ้นด้วยอาการอย่างนี้ บุคคลชื่อว่าย่อมยังหิริอันมีเหตุภายในเป็นสมุฏฐานให้ตั้งขึ้นด้วยเหตุ ๔ อย่าง ก็และครั้นให้ตั้งขึ้น คือให้หิริเข้าไปตั้งไว้ในจิตของตนไม่กระทำบาปกรรม ชื่อว่าหิริ มีเหตุภายในเป็นสมุฏฐานด้วยประการฉะนี้.

เล่มที่ ๓๔ ธัมมสังคณี๖๖๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “บทภาชนีย์”