บรรดาบทเหล่านั้น บางคราวในขณะเดียวกันมี ๖๑ บท บางคราวมี ๖๐ บทถ้วน เพราะว่า บทธรรมเหล่านั้นที่ตรัสไว้ด้วยอำนาจแห่งการสมบูรณ์ ด้วยสัมมาวาจาเป็นต้นก็มี ๖๑ บท ที่เป็นไปในฐาน ๕ (วิรัติ ๓ อัปปมัญญา ๒) ในฐานะหนึ่งพ้นจากฐาน ๕ เหล่านี้ มีฐานะ ๖๐ ถ้วน แต่ถ้าเว้นเยวาปนกธรรม บทธรรมที่ท่านถือเอาด้วยสามารถแห่งรุฬหีศัพท์ในพระบาลีมี ๕๖ บท. แต่ถ้าไม่นับบทที่ซ้ำกันในบาลีนี้ ก็มีบทธรรม ๓๐ ถ้วน คือ หมวด ๕ แห่งผัสสะ (ผสฺสปญฺจกํ) วิตก ๑ วิจาร ๑ ปีติ ๑ จิตเตกัคคตา ๑ อินทรีย์ ๕ พละ ๒ คือหิริพละ โอตตัปปพละ มูล ๒ คืออโลภะ อโทสะ ธรรม ๑๒ มีกายปัสสัทธิ จิตตปัสสัทธิเป็นต้น.

บรรดาธรรม ๓๐ เหล่านั้น ธรรม ๑๘ ท่านไม่จำแนกไว้ ธรรม ๑๒ ท่านจำแนกไว้. ธรรม ๑๘ ประการเป็นไฉน? ธรรม ๑๘ ประการเหล่านี้ คือผัสสะ ๑ สัญญา ๑ เจตนา ๑ วิจาร ๑ ปีติ ๑ ชีวิตินทรีย์ ๑ ธรรม ๑๒ มีกายปัสสัทธิเป็นต้นท่านไม่จำแนกไว้. ธรรม ๑๒ ประการเหล่านี้ คือเวทนา ๑ จิต ๑ วิตก ๑ จิตเตกัคคตา ๑ สัทธินทรีย์ ๑ วิริยินทรีย์ ๑ สตินทรีย์ ๑ ปัญญินทรีย์ ๑ หิริพละ ๑ โอตตัปปพละ ๑ อโลภะ ๑ อโทสะ ๑ ท่านจำแนกไว้.

บรรดาธรรมเหล่านั้น ธรรม ๗ ประการจำแนกไว้ในฐานะทั้ง ๒ ธรรมหนึ่งจำแนกไว้ในฐานะทั้ง ๓ ธรรมสองจำแนกไว้ในฐานะ ๔ ธรรมหนึ่งจำแนกไว้ในฐานะ ๖ ธรรมหนึ่งจำแนกไว้ในฐานะ ๗.

ธรรม ๗ เหล่านี้ คือ จิต วิตก ศรัทธา หิริ โอตตัปปะ อโลภะ อโทสะ จำแนกไว้ในฐานะ ๒ อย่างไร? จริงอยู่ บรรดาธรรม ๗ เหล่านั้น จิตก่อนท่านมุ่งถึงธรรมมีหมวด ๕ แห่งผัสสะ ท่านเรียกว่า จิต เพ่งถึงอินทรีย์ ท่านเรียกว่ามนินทรีย์. วิตกถึงเป็นองค์ฌานก็เรียกว่าวิตก ถึงเป็นองค์มรรคเรียกว่าสัมมาสังกัปปะ ศรัทธาเพ่งถึงเป็นอินทรีย์เรียกว่าสัทธินทรีย์ เพ่งถึงเป็นพละเรียกว่าสัทธาพละ หิริเพ่งถึงเป็นพละเรียกว่าหิริพละ เพ่งถึงธรรมหมวด ๒ แห่งโลกบาลเรียกว่าหิริ. แม้ในโอตตัปปะก็นัยนี้เหมือนกัน. อโลภะ เพ่งถึงมูลเรียกว่าอโลภะ เพ่งถึงกรรมบถเรียกว่าอนภิชฌา. อโทสะเพ่งถึงมูลเรียกว่าอโทสะ เพ่งถึงกรรมบถเรียกว่าอัพยาบาท. ธรรม ๗ เหล่านี้ จำแนกแล้วในฐานะทั้ง ๒.

เล่มที่ ๓๔ ธัมมสังคณี๖๘๑

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “บทภาชนีย์”