พระยามิลินทร์ : ข้าแต่ท่านนาคเสน รู้ได้ยาก.

พระนาคเสน : มหาบพิตร การที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสบอกการกำหนดธรรมคือจิตและเจตสิก ซึ่งไม่ใช่รูปเป็นไปในอารมณ์เดียวกันว่า นี้เป็นผัสสะ ฯลฯ นี้เป็นจิต ชื่อว่าทรงทำสิ่งที่ทำได้ยากกว่านั้นมาก. อธิบายวิตกนิทเทสเป็นต้น

ในนิทเทสแห่งวิตก ธรรมที่ชื่อว่าตักกะ เพราะตรึก. บัณฑิตพึงทราบความเป็นไปแห่งธรรมที่ชื่อว่าตักกะนั้น ด้วยสามารถแห่งการตรึกอย่างนี้ว่า ท่านตรึกถึงอะไร? ท่านตรึกถึงหม้อ ตรึกถึงเกวียน ตรึกถึงโยชน์ ตรึกถึงครึ่งโยชน์หรือ นี้เป็นบทแสดงสภาวะของการตรึก. ธรรมที่ชื่อว่าวิตก เพราะอำนาจแห่งการตรึกพิเศษ คำว่าวิตกนี้เป็นชื่อของความตรึกที่มีกำลังมากกว่า. ชื่อว่าสังกัปปะ เพราะการกำหนดอย่างดี. เอกัคคจิต ชื่อว่าอัปปนา เพราะแนบแน่นในอารมณ์. บทที่สองทรงเพิ่มขึ้นด้วยอำนาจอุปสรรค อีกอย่างหนึ่ง อัปปนาที่มีกำลังกว่า ชื่อว่าพยัปปนา. ธรรมชาติที่ชื่อว่าการยกจิตขึ้น เพราะยกจิต คือตั้งจิตไว้ในอารมณ์. ธรรมที่ชื่อว่าสัมมาสังกัปปะ เพราะเป็นสังกัปปะ (ความดำริ) ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสรรเสริญถึงความเป็นกุศล เพราะเป็นความดำริตามความเป็นจริง และเป็นความดำรินำสัตว์ออกจากวัฏฏะ.

ในนิทเทสแห่งวิจาร ธรรมที่ชื่อว่าจาระ เพราะเที่ยวไปในอารมณ์ บทนี้เป็นบทแสดงสภาวะของจาระนั้น ที่ชื่อว่าวิจาร เพราะเที่ยวไปพิเศษ. ชื่อว่าอนุวิจาร เพราะเที่ยวตามไป. ชื่อว่าอุปวิจาร เพราะเที่ยวไปใกล้. บทเหล่านี้ท่านเพิ่มมาด้วยอำนาจอุปสรรค. ธรรมที่ชื่อว่าความสืบต่อจิต เพราะการตั้งจิตสืบต่อไว้ในอารมณ์ ดุจการพาดลูกศรที่สายธนู. ธรรมที่ชื่อว่าการเข้าไปเพ่ง เพราะตั้งอยู่ ดุจการเพ่งอารมณ์.

เล่มที่ ๓๔ ธัมมสังคณี๖๙๔

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “บทภาชนีย์”