แต่ในนิทเทสนี้ท่านประสงค์เอาวิริยะเท่านั้น เพราะเหตุนั้นจึงตรัสว่า วิริยารัมโภ. อธิบายว่า อารัมภะคือความเพียร.

จริงอยู่ วิริยะ ตรัสเรียกว่าอารัมภะด้วยอำนาจแห่งความริเริ่ม คำว่า อารมฺโภ นี้เป็นบทแสดงสภาวะของวิริยะ. สภาวะที่ชื่อว่านิกกมะ ด้วยอำนาจการออกไปจากการเกียจคร้าน. ที่ชื่อว่าปรักกมะ ด้วยอำนาจการก้าวไปสู่ประโยชน์อย่างยิ่งข้างหน้า. ที่ชื่อว่าอุยยามะ ด้วยอำนาจความพยายามเข้าถึง. ที่ชื่อว่าวายามะ ด้วยอำนาจความพากเพียร. ที่ชื่อว่าอุตสาหะ ด้วยอำนาจแห่งความอดทน. ที่ชื่อว่าอุสโสฬหี ด้วยอำนาจแห่งความอุตสาหะยิ่ง. ที่ชื่อว่าถามะ ด้วยอรรถะว่ามั่นคง. ที่ชื่อว่าธีติ เพราะทรงไว้ซึ่งการสืบต่อกุศล ด้วยสามารถแห่งการทรงไว้ซึ่งจิตและเจตสิกทั้งหลาย หรือการเป็นไปโดยไม่ขาดสาย.

อีกนัยหนึ่ง ก็สภาวะนั้นชื่อว่านิกกมะ เพราะบรรเทากามทั้งหลาย ชื่อว่าปรักกมะ เพราะตัดเครื่องผูกพัน. ชื่อว่าอุยยามะ เพราะการถอนโอฆะ. ชื่อว่าวายามะ ด้วยอรรถะว่าการถึงฝั่ง. ชื่อว่าอุตสาหะ ด้วยอรรถะว่าเป็นหัวหน้า ชื่อว่าอุสโสฬหี ด้วยอรรถว่าเป็นหัวหน้าใหญ่. ชื่อว่าถามะ เพราะอรรถว่าถอดลิ่มสลัก ชื่อว่าธีติ เพราะการทำได้ตามต้องการ.

วิริยะนั้นก็คือ ความบากบั่นไม่ย่อท้อด้วยสามารถแห่งการไม่ย่อหย่อนในปวัตติกาลอย่างนี้ว่า ... จะเหลืออยู่แต่หนังเอ็นกระดูกก็ตามดังนี้. อธิบายว่า ความบากบั่นมั่นคง ความบากบั่นเด็ดเดี่ยว. ก็เพราะวิริยะนี้ไม่ทอดทิ้งฉันทะ ไม่ทอดทิ้งธุระ ไม่ให้ความเกียจคร้านได้โอกาส ไม่สละ นำความพอใจไม่ท้อถอยในฐานะเป็นเครื่องสร้างกุศลกรรม ฉะนั้น จึงตรัสว่า วิริยะไม่ทอดทิ้งฉันทะ ไม่ทอดทิ้งธุระ.

เล่มที่ ๓๔ ธัมมสังคณี๖๙๙

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “บทภาชนีย์”