เหมือนอย่างว่า ในสถานที่มีโคลนตมตามธรรมชาติ เจ้าของโคกล่าวว่า พวกเธอจงเอาโคตัวที่นำธุระไปได้มา โคนั้นแม้จะคุกเข่ายันที่พื้นดิน ก็สู้นำไปไม่ยอมให้แอกตกที่พื้นดิน ฉันใด วิริยะก็ฉันนั้นเหมือนกัน ย่อมไม่ทอดทิ้ง ย่อมประคองธุระไปในฐานะเป็นเครื่องสร้างกุศลกรรม ฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า วิริยะเป็นธรรมประคับประคองธุระอย่างดี (ธุรสมฺปคฺคาโห) ธรรมที่ชื่อว่าวิริยินทรีย์ เพราะครองความเป็นใหญ่ในลักษณะแห่งการประคับประคอง. ที่ชื่อว่า วิริยพละ เพราะไม่หวั่นไหวในเพราะความเกียจคร้าน. ชื่อว่า สัมมาวายามะ เพราะความพยายามในกุศลอันนำออกจากสังสารวัฏตามความเป็นจริง.
ในนิทเทสแห่งสตินทรีย์ ธรรมที่ชื่อว่าสติ ด้วยสามารถแห่งการระลึก. การระลึกนี้เป็นบทแสดงสภาวะของสติ. ชื่อว่าอนุสสติ ด้วยสามารถการตามระลึกเพราะการระลึกบ่อยๆ. ชื่อว่าปฏิสสติ ด้วยอำนาจการระลึกเฉพาะโดยการระลึกดุจไปข้างหน้า. อีกอย่างหนึ่ง คำที่กล่าวแล้วนี้เป็นเพียงเพิ่มเติมด้วยอุปสรรค. อาการที่ระลึก ชื่อว่าสรณตา ก็เพราะคำว่า สรณตา เป็นชื่อแห่งการระลึกทั้ง ๓ ฉะนั้น เพื่อที่จะปฏิเสธคำที่เป็นชื่อทั้ง ๓ นั้น จึงกระทำสตศัพท์ (คือตรัสถึงสติ) อีก. ในที่นี้มีอธิบายว่า ภาวะที่ระลึกคือสติ. สติ ชื่อว่าธารณตา เพราะทรงจำสิ่งที่ได้ฟังและได้เรียนมา. ภาวะที่ไม่เลอะเลือน ชื่อว่าอปิลาปนตา ด้วยอรรถว่าหยั่งลงคือการไหลเข้าไปในอารมณ์ เปรียบเหมือนกระโหลกน้ำเต้าเป็นต้น ลอยอยู่บนน้ำไม่จมน้ำ ฉันใด สติก็ฉันนั้น ตั้งอยู่ในอารมณ์ไม่จมลง เพราะสติย่อมไปตามอารมณ์ ฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า อภิลาปนตา (ความไม่เลอะเลือน).
สติ ชื่อว่าอสัมมุสนตา (ความไม่หลงลืม) เพราะความไม่หลงลืมในการงานที่ทำและคำพูดที่ล่วงมานานได้. สติ ชื่อว่าอินทรีย์ เพราะครองความเป็นใหญ่ในลักษณะแห่งการอุปการะ อินทรีย์คือสติ เรียกว่าสตินทรีย์. สตินั่นเองเป็นอินทรีย์ เรียกว่าสตินทรีย์. สติ ชื่อว่าสติพละ เพราะไม่หวั่นไหวในเพราะความประมาท. สติที่ชื่อว่าสัมมาสติ เพราะเป็นสติตามความเป็นจริง เป็นสตินำออก เป็นสติในกุศล.
ในนิทเทสแห่งปัญญินทรีย์ ธรรมที่ชื่อว่าปัญญา เพราะอรรถว่า การประกาศให้รู้ คือกระทำเนื้อความนั้นๆ ให้แจ่มแจ้ง. อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าปัญญา เพราะย่อมรู้ธรรมทั้งหลายโดยประการต่างๆ มีความไม่เที่ยงเป็นต้นนั้นๆ. คำนี้เป็นบทแสดงสภาวะของปัญญานั้น. อาการที่รู้ทั่ว ชื่อว่าปชานนา. ปัญญา ชื่อว่าวิจัย เพราะค้นหาธรรมมีความไม่เที่ยงเป็นต้น. คำว่า ปวิจัย นี้ ท่านเพิ่มอุปสรรคเข้ามา. ปัญญาชื่อว่าธรรมวิจัย เพราะค้นหาธรรม คือสัจจะ ๔. ธรรมที่ชื่อว่าสัลลักขณา ด้วยอำนาจการกำหนดอนิจจลักษณะเป็นต้นได้. สัลลักขณานั่นแหละ ตรัสเรียกว่า อุปลักขณา ปัจจุปลักขณา โดยความต่างกันแห่งอุปสรรค. ความเป็นแห่งบัณฑิต ชื่อว่าปัณฑิจจะ ความเป็นแห่งบุคคลผู้ฉลาด ชื่อว่าโกสัลละ. ความเป็นแห่งธรรมที่ละเอียด ชื่อว่าเนปุญญะ. ความเป็นแห่งการทำให้แจ้งซึ่งความไม่เที่ยงเป็นต้น ชื่อว่าเวภัพยา ปัญญาที่ชื่อว่าจินตา ด้วยสามารถแห่งการคิดความไม่เที่ยงเป็นต้น. อีกอย่างหนึ่ง ที่ชื่อว่าจินตา เพราะเกิดขึ้นแก่ผู้ใดย่อมยังบุคคลนั้นให้คิดอนิจจลักษณะเป็นต้น. ที่ชื่อว่าอุปปริกขา เพราะใคร่ครวญอนิจจลักษณะเป็นต้น. คำว่า ภูริ เป็นชื่อของแผ่นดิน.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที