จริงอยู่ ปัญญานี้เรียกว่าภูรี ดุจแผ่นดิน เพราะอรรถว่าตั้งมั่นและกว้างขวาง เพราะเหตุนั้นจึงตรัสเรียกแผ่นดินว่า ภูริ. บุคคลชื่อว่ามีปัญญาดังแผ่นดิน เพราะประกอบด้วยปัญญาอันกว้างขวางไพบูลย์เสมอด้วยแผ่นดินนั้น. อีกอย่างหนึ่ง คำว่าภูรินี้เป็นชื่อของปัญญา. ปัญญาชื่อว่าภูริ เพราะย่อมยินดีในอรรถะที่เป็นจริง. ปัญญาที่ชื่อว่าเมธา เพราะทำลายเบียดเบียนกิเลสเหมือนสายฟ้าผ่าภูเขาหิน. อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าเมธา เพราะเรียนและทรงจำได้เร็วพลัน. ที่ชื่อว่าปริณายิกา เพราะเกิดแก่ผู้ใด ย่อมนำผู้นั้นไปในการปฏิบัติประโยชน์เกื้อกูล และในการแทงตลอดลักษณะตามความเป็นจริงในสัมปยุตธรรม. ปัญญาที่ชื่อว่าวิปัสสนา เพราะย่อมเห็นแจ้งธรรมทั้งหลายด้วยสามารถแห่งอนิจจลักษณะเป็นต้น. ที่ชื่อว่าสัมปชัญญะ เพราะย่อมรู้อนิจจลักษณะเป็นต้นโดยประการต่างๆ โดยชอบ.
ที่ชื่อว่า ปโตทะ (ปฏัก) เพราะแทงจิตที่คดโกงวิ่งไปผิดทางให้ขึ้นสู่ทาง เหมือนปฏักแทงม้าสินธพที่วิ่งไปผิดทางให้ไปถูกทาง. ปฏักคือปัญญานั่นแหละชื่อว่า ปัญญาคือปฏัก. ที่ชื่อว่าอินทรีย์ เพราะครองความเป็นใหญ่ในลักษณะแห่งการเห็น. อินทรีย์คือปัญญา เรียกว่าปัญญินทรีย์. ปัญญานั่นเองเป็นอินทรีย์ก็ชื่อว่าปัญญินทรีย์. ที่ชื่อว่าปัญญาพละ เพราะไม่หวั่นไหวในเพราะอวิชชา. ศาสตราคือปัญญานั่นแหละชื่อว่าปัญญาสัตถะ เพราะอรรถว่าตัดกิเลส. ปราสาทคือปัญญานั่นแหละชื่อว่าปัญญาปาสาทะ เพราะอรรถว่าสูงยิ่ง. แสงสว่างคือปัญญาเทียว ชื่อว่าปัญญาอาโลกะ เพราะอรรถว่าการส่องแสง. โอภาสคือปัญญาเทียว ชื่อว่าปัญญาโอภาสะ เพราะอรรถว่าสว่าง. ประทีปคือปัญญา ชื่อว่าปัญญาปัชโชตะ เพราะอรรถว่าโชติช่วง.
จริงอยู่ บุคคลผู้มีปัญญานั่งแล้วโดยบัลลังก์เดียว หมื่นโลกธาตุก็แสงสว่างเป็นอันเดียวกัน มีโอภาสเป็นอันเดียวกัน มีการโชติช่วงเป็นอันเดียวกัน ด้วยเหตุนั้น พระองค์จึงตรัสพระดำรัสนั้นไว้แล้ว.
ก็บทปัญญาทั้ง ๓ เหล่านี้ แม้บทเดียวก็สำเร็จเนื้อความได้. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงพระสูตรทั้งหลาย (ในอังคุตตรนิกายจตุกนิบาต) ตามอัธยาศัยของสัตว์ทั้งหลายว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย แสงสว่างเหล่านี้มี ๔ อย่าง แสงสว่าง ๔ อย่างเป็นไฉน? คือแสงสว่างแห่งดวงจันทร์ แสงสว่างแห่งดวงอาทิตย์ แสงสว่างแห่งไฟ แสงสว่างแห่งปัญญา ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย แสงสว่าง ๔ เหล่านี้แล ภิกษุทั้งหลาย บรรดาแสงสว่าง ๔ เหล่านี้ แสงสว่างแห่งปัญญาเป็นเลิศ. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โอภาส ๔ เหล่านี้ ฯลฯ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความโชติช่วง ๔ เหล่านี้ก็ฉันนั้น.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที