ที่ชื่อว่าฐิติ เพราะเป็นเหตุให้ตั้งอยู่. ที่ชื่อว่ายปนา เพราะนำไป ชื่อว่ายาปนา ก็เหมือนกัน แต่พระองค์ทรงทำบทก่อนให้สั้นด้วยอำนาจแห่งสัตว์ผู้ตรัสรู้ด้วยอาการอย่างนั้น. ที่ชื่อว่าอิริยนา เพราะเป็นเหตุให้เคลื่อนไป. ที่ชื่อว่าวัตตนา เพราะเป็นเหตุให้เป็นไป. ที่ชื่อว่าปาลนา เพราะรักษาไว้. ที่ชื่อว่าชีวิต เพราะเป็นเหตุให้สัตว์เป็นอยู่. ที่ชื่อว่าชีวิตินทรีย์ เพราะครองความเป็นใหญ่ในลักษณะแห่งอนุบาล.
ในนิเทสแห่งหิริพละ พระบาลีว่า ยํ ตสฺมึ สมเย ความว่า ในสมัยนั้น ... ด้วยธรรมใด. อีกอย่างหนึ่ง ท่านทำให้เป็นลิงควิปลาสแล้วพึงทราบเนื้อความว่า ในสมัยนั้น ธรรมใดดังนี้ ก็ได้. บทว่า หิริยิตพฺเพน เป็นตติยาวิภัตติ ใช้ในอรรถทุติยาวิภัตติ อธิบายว่า ย่อมละอายคือรังเกียจธรรมมีกายทุจริตเป็นต้น อันควรแก่การละอาย. บทว่า ปาปกานํ ได้แก่ ลามก. บทว่า อกุสลานํ ธมฺมานํ ได้แก่ ธรรมที่เกิดแต่ความไม่ฉลาด. แม้คำว่า สมาปตฺติยา นี้ก็เป็นตติยาวิภัตติใช้ในอรรถแห่งทุติยาวิภัตติ. อธิบายว่า ย่อมละอายคือย่อมรังเกียจซึ่งการถึงพร้อม การได้เฉพาะ และการพรั่งพร้อมแห่ง (อกุศล) ธรรมเหล่านั้น.
ในนิเทสแห่งโอตตัปปะ บทว่า โอตฺตปฺปิตพฺพยุตฺตเกน เป็นตติยาวิภัตติ ใช้ในอรรถแห่งเหตุ. อธิบายว่า ย่อมหวั่นเกรง คือย่อมกลัวทุจริตมีกายทุจริตเป็นต้น ซึ่งควรแก่ความเกรงกลัวอันเป็นเหตุแห่งความควรเกรงกลัว และการเข้าถึงมีประการตามที่กล่าวแล้วอันเป็นเหตุแห่งความเกรงกลัว.
ในนิเทสแห่งอโลภะ ธรรมที่ชื่อว่าอโลภะ เพราะความไม่ละโมบ. อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าอโลภะ เพราะย่อมไม่โลภ. บทว่า อโลภะ นี้เป็นบทแสดงสภาวะของความไม่โลภนั้น. อาการที่ไม่โลภ ชื่อว่าอลุพภนา (กิริยาที่ไม่โลภ) บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยโลภะ ชื่อว่าผู้ละโมบ. บุคคลผู้ไม่ละโมบ ชื่อว่าอลุพภิตะ (ผู้ไม่ละโมบ). ภาวะแห่งบุคคลผู้ไม่ละโมบ ชื่อว่าภาวะแห่งความไม่ละโมบ. สภาวะที่ชื่อว่าอสาราคะ (ความไม่กำหนัด) เพราะไม่กำหนัดโดยเป็นปฏิปักษ์ต่อความกำหนัด. อาการที่ไม่กำหนัด ชื่อว่าอสารัชชนา (กิริยาที่ไม่กำหนัด). ภาวะแห่งผู้ไม่กำหนัดแล้วชื่อว่าอสารัชชิตัตตะ (ความเป็นผู้ไม่กำหนัด). สภาวะที่ชื่อว่าอนภิชฌา เพราะย่อมไม่เพ่งเล็ง. บทว่า อโลโภ กุสลมูลํ ได้แก่ กุศลมูล คืออโลภะ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที