ความอ่อน ชื่อว่า มุทุตา. คำว่า มทฺทวตา ความว่า ความสนิธ ความเกลี้ยงเกลา ตรัสเรียกว่า มัททวะ ความเป็นมัททวะนั้น ชื่อว่ามัททวตา. ภาวะที่ไม่กักขฬะ ชื่อว่าอกักขฬตา. ภาวะที่ไม่กระด้าง ชื่อว่า อกถินตา. แม้ในนิทเทสนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ตรัสว่า อาการ คือ ความอ่อนแห่งขันธ์ ๓ ไว้โดยนัยแรก และของวิญญาณขันธ์โดยนัยหลัง.

ความสำเร็จแห่งกายงาน ชื่อว่ากัมมัญญตา ความควรแก่การงาน คือความควรแก่การประกอบในการทำกุศล. สองบทที่เหลือท่านเพิ่มมาด้วยอำนาจพยัญชนะโดยแท้. จริงอยู่ แม้โดยบททั้ง ๒ พระองค์ก็ตรัสอาการ คือความควรแก่การงานของขันธ์ทั้ง ๓ โดยนัยแรกและตรัสอาการ คือความควรแก่การงานแห่งวิญญาณขันธ์โดยนัยหลัง.

ภาวะแห่งความคล่องแคล่ว ชื่อว่าปคุณตา คือความไม่ชักช้า ความไม่ป่วยไข้. บทที่เหลือเป็นบทที่เพิ่มมาด้วยอำนาจพยัญชนะ แม้ในนิทเทสนี้ ก็ตรัสความคล่องแคล่วไม่เป็นไข้นั่นแหละแห่งขันธ์ ๓ โดยนัยแรก ตรัสความคล่องแคล่วไม่ป่วยไข้แห่งวิญญาณขันธ์โดยนัยหลัง.

ภาวะแห่งความซื่อตรง ชื่อว่าอุชุตา คือความเป็นไปโดยอาการอันตรง. ภาวะแห่งขันธ์ ๓ อันตรงและวิญญาณขันธ์อันตรง เรียกว่าอุชุกตา. ความปฏิเสธแห่งความคดเหมือนมูตรโค ชื่อว่าอชิมหตา (ความคล่องแคล่ว).

เล่มที่ ๓๔ ธัมมสังคณี๗๐๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “บทภาชนีย์”