ตอบว่า ข้อนี้ไม่พึงเห็นอย่างนั้น เพราะว่า เอวอักษรนี้ท่านกล่าวไว้ในบทต้น เพราะการสลัดออกซึ่งกามนั้น ด้วยว่า ฌานนี้เป็นเครื่องสลัดออกซึ่งกามทั้งหลายนั่นแหละ เพราะเป็นเหตุก้าวล่วงกามธาตุ และเพราะเป็นปฏิปักษ์ต่อกามราคะ เหมือนอย่างที่ตรัสไว้ว่า เนกขัมมะ คือการสลัดออกจากกามทั้งหลายนี้.

อนึ่ง เอวอักษรนี้ แม้ในบทหลังก็ควรนำมากล่าวไว้ในที่นี้เหมือนดังที่ตรัสไว้ว่า อิเธว ภิกฺขเว ปฐโม สมโณ อิธ ทุติโย สมโณ (ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สมณะที่หนึ่งมีในธรรมวินัยนี้เท่านั้น สมณะที่สองก็มีในธรรมวินัยนี้เหมือนกัน) ฉะนั้น. เพราะใครๆ ที่ยังไม่สละอกุศลธรรมกล่าวคือนิวรณ์แม้เหล่าอื่นจากกามนี้แล้ว ก็ไม่อาจเข้าฌานอยู่ได้ ฉะนั้น พึงใช้เอวอักษรนี้แม้ในบททั้งสองอย่างนี้ว่า วิวิจฺเจว กาเมหิ วิวิจฺเจว อกุสเลหิ ธมฺเมหิ ดังนี้. ก็ด้วยพระดำรัสที่ไม่ทั่วไปว่า วิวิจฺจ นี้ วิเวกแม้ทั้งหมดมีตทังควิเวกเป็นต้นและกายวิเวกเป็นต้น ย่อมรวมลงแม้ในบททั้งสองก็จริง ถึงอย่างนั้น ในที่นี้ พึงเห็นวิเวก ๓ เท่านั้น คือ กายวิเวก จิตตวิเวก วิขัมภนวิเวก.

ก็ด้วยบทว่า กาเมหิ นี้ วัตถุกามทั้งหลายที่ตรัสไว้ในนิทเทสโดยนัยเป็นต้นว่า วัถถุกามเป็นไฉน? คือรูปที่น่าชอบใจ ดังนี้. และกิเลสกามทั้งหลาย ตรัสไว้ในนิทเทสนั้นนั่นแหละ ในวิภังค์อย่างนี้ว่า ฉันทะชื่อว่ากาม ราคะชื่อว่ากาม ฉันทราคะชื่อว่ากาม สังกัปปกามะชื่อว่าราคะ กามสังกัปปราคะชื่อว่ากาม ธรรมเหล่านี้เรียกว่ากาม ดังนี้ อกุศลเหล่านั้นแม้ทั้งหมด พึงเห็นว่ารวมกันในที่นี้แล. ก็เมื่อเป็นเช่นนี้ ข้อความว่า วิวิจฺเจว กาเมหิ (สงัดจากกามทั้งหลาย) จะพึงมีความหมายว่า สงัดแล้วจากวัตถุกามทั้งหลายบ้างก็สมควร. ด้วยคำว่า วิวิจฺเจว กาเมหิ นั้น ตรัสว่าเป็นกายวิเวก.

คำว่า วิวิจฺจ อกุสเลหิ ธมฺเมหิ (สงัดแล้วจากอกุศลธรรมทั้งหลาย) อธิบายว่า สงัดแล้วจากกิเลสกามทั้งหลาย หรืออกุศลธรรมทั้งหมด ดังนี้ก็สมควร. ด้วยคำว่า วิวิจฺจ อกุสเลหิ ธมฺเมหิ นั้น ตรัสถึงจิตตวิเวก. ก็ในบรรดาบททั้ง ๒ เหล่านั้น บทแรกย่อมเป็นอันตรัสการสละความสุขในกาม เพราะตรัสถึงความสงัดจากวัตถุกามทั้งหลายนั่นแหละ บทที่สองตรัสอธิบายถึงการกำหนดความสุขในเนกขัมมะ เพราะตรัสถึงความสงัดจากกิเลสกามทั้งหลาย. ก็เพราะตรัสถึงความสงัดจากวัตถุกามและกิเลสกามด้วยประการฉะนี้นั่นแหละ พึงทราบความหมายว่า บรรดาคำเหล่านั้น ด้วยบทแรกตรัสการละสังกิเลสวัตถุ บทที่สองตรัสการละสังกิเลส. บทแรกตรัสสละเหตุแห่งความโลเล บทที่สองตรัสการสละเหตุความเป็นพาล ด้วยบทแรกตรัสปโยคสุทธิ บทที่สองตรัสอบรมอัธยาศัยของจิต ดังนี้ก็มี.

เล่มที่ ๓๔ ธัมมสังคณี๗๔๑

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “จตุกกนัย”