ศรัทธา เรียกว่าความผ่องใสในบทว่า สมฺปสาทนํ นี้. แม้ฌานก็เรียกว่าความผ่องใส เพราะประกอบด้วยความผ่องใส เหมือนผ้า ชื่อว่าผ้าเขียว เพราะประกอบด้วยสีเขียว. อีกอย่างหนึ่ง เพราะฌานนั้นยังจิตให้แจ่มใส เพราะประกอบด้วยความผ่องใส และเพราะความสงบความกำเริบวิตก และวิจารฉะนั้น จึงตรัสว่า สมฺปสาทนํ (ความผ่องใส). ก็ในการกำหนดเนื้อความนี้พึงทราบความสัมพันธ์แห่งบทอย่างนี้ว่า สมฺปสาทนํ เจตโส. แต่ในการกำหนดเนื้อความบทแรก บทว่า เจตโส นี้ พึงประกอบกับบท เอโกทิภาวํ. ในบทนั้นมีการประกอบเนื้อความดังต่อไปนี้.

สมาธิใด ย่อมผุดขึ้นเป็นเอก เพราะเหตุนั้น สมาธินั้น จึงชื่อว่า เอโกทิ.

อธิบายว่า สมาธินั้นเป็นภาวะที่เลิศประเสริฐผุดขึ้น เพราะวิตกและวิจารไม่เจริญ (เกิด) ขึ้นในภายใน.

จริงอยู่ แม้บุคคลผู้ประเสริฐที่สุด เขาก็เรียกว่าเป็นเอกในโลก ดังนี้. อีกอย่างหนึ่ง แม้จะกล่าวว่าสมาธิที่เว้นวิตกและวิจารเป็นเอกไม่มีสหายผุดขึ้น ดังนี้ก็ควร. อีกนัยหนึ่ง สมาธิใดย่อมยังสัมปยุตตธรรมให้ผุดขึ้น เพราะเหตุนั้น สมาธินั้นจึงชื่อว่า อุทิ คือย่อมให้สัมปยุตตธรรมตั้งขึ้น สมาธินั้นเป็นเอกเพราะอรรถว่าประเสริฐด้วย และยังสัมปยุตตธรรมให้ผุดขึ้นด้วย เพราะเหตุนั้นจึงชื่อว่า เอโกทิ.

เล่มที่ ๓๔ ธัมมสังคณี๗๔๙

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “จตุกกนัย”